Capcom เล็งออก Resident Evil ให้ได้ทุกปี ใช้เกมรีเมกเป็นตัวช่วย
คาพคอมเผยแนวคิดระยะยาวสำหรับซีรีส์ Resident Evil ว่าบริษัทอยากให้แฟรนไชส์นี้มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอในระดับ “ทุกปี” แต่ก็ยอมรับว่าการสร้างภาคใหม่เต็มรูปแบบให้ทันทุกปีเป็นงานที่หนักและยากมาก จึงเลือก…

คาพคอมเผยแนวคิดระยะยาวสำหรับซีรีส์ Resident Evil ว่าบริษัทอยากให้แฟรนไชส์นี้มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอในระดับ “ทุกปี” แต่ก็ยอมรับว่าการสร้างภาคใหม่เต็มรูปแบบให้ทันทุกปีเป็นงานที่หนักและยากมาก จึงเลือกใช้เกมรีเมกเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของแบรนด์แทน
Masachika Kawata โปรดิวเซอร์ของ Capcom อธิบายว่า การกลับไปพัฒนาและตีความเกมเก่าใหม่ ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เติมช่องว่างระหว่างภาคหลัก แต่ยังช่วยให้ทีมพัฒนาฝึกฝีมือและท้าทายตัวเองอยู่ตลอด ขณะเดียวกันรีเมกก็ถูกมองว่ามีความสำคัญไม่แพ้เกมภาคหลัก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทำงานของซีรีส์ในปัจจุบัน
อีกประเด็นที่ Capcom ชี้ให้เห็นคือ วัฏจักรของรายได้จากรีเมกช่วยสร้างฐานการเงินให้บริษัทสามารถลงทุนกับโปรเจกต์ที่เสี่ยงกว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคใหม่ของ Resident Evil หรือไอพีใหม่อย่าง Pragmata กล่าวคือ เกมรีเมกไม่ได้เป็นแค่ผลิตภัณฑ์เสริม แต่เป็นตัวค้ำเศรษฐกิจที่ช่วยให้บริษัทเดินหน้าสร้างสรรค์งานประเภทอื่นได้ต่อเนื่อง
บทความยังชี้ว่า Capcom เป็นหนึ่งในค่ายเกมใหญ่ที่มีผลงานค่อนข้างแข็งแรงในช่วงหลายปีหลัง หลังจากเคยผ่านช่วงที่ผลงานผันผวนในทศวรรษก่อน ปัจจุบันบริษัทมีทั้งเกมที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายและเกมที่แม้จะมีเสียงวิจารณ์ปะปน แต่ก็ยังทำผลงานเชิงพาณิชย์ได้ดี ต่างจากผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่หลายเจ้าในอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาลดคนหรือเร่งการผลิตเกมไม่ทัน
ในเชิงอนาคต บทความตั้งข้อสังเกตว่า “พื้นที่” สำหรับรีเมก Resident Evil เริ่มเหลือน้อยลง หลังจากมีโปรเจกต์ที่คาดว่าจะมาถึงอย่าง Code Veronica และรีเมกของภาคคลาสสิกสำคัญอย่าง RE1 และ RE4 ถูกใช้งานไปแล้ว ส่วนภาคที่ยังเหลืออย่าง 0, 5 และ 6 ก็มีชื่อเสียงคละกันไป บางส่วนมองว่าเหมาะกับการนำมาปรับปรุงใหม่มากกว่าการแตะต้องเกมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว
โดยรวม ข่าวนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของ Capcom ที่พยายามใช้ “รีเมกเป็นเครื่องจักรสร้างรายได้” เพื่อรักษาความถี่ในการออก Resident Evil พร้อมกับสนับสนุนการพัฒนาเกมภาคใหม่และ IP ใหม่ไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นตัวอย่างของโมเดลธุรกิจที่ผสานความปลอดภัยทางการเงินเข้ากับการลงทุนสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมเกมยุคปัจจุบัน


