รีวิว Clayface: สยองขวัญร่างกายโทนดาร์กที่ค่อย ๆ เข้าทางก่อนพุ่งแรงช่วงท้าย
Clayface เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวในอเมริกาเหนือวันที่ 23 ตุลาคม และฉายในต่างประเทศวันที่ 21 ตุลาคม โดย IGN มองว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะหา “จังหวะ” ของตัวเองเจอ แต่เมื่อเข้าที่แล้วก็ให้…

Clayface เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวในอเมริกาเหนือวันที่ 23 ตุลาคม และฉายในต่างประเทศวันที่ 21 ตุลาคม โดย IGN มองว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะหา “จังหวะ” ของตัวเองเจอ แต่เมื่อเข้าที่แล้วก็ให้ประสบการณ์สยองขวัญเชิงร่างกายที่ทั้งน่าขยะแขยงและสนุกตามที่คาดหวังไว้ หนังถูกกำกับโดย James Watkins และมีอารมณ์เหมือนงานย้อนยุคไปหาหนังล้างแค้นแบบเข้มข้นกับหนังสยองขวัญทุนต่ำยุคเก่า โดยหยิบกลิ่นอายจาก The Fly, Darkman และ Johnny Handsome มาผสมอย่างชัดเจน
เนื้อเรื่องดัดแปลงจากคอมิก DC เล่าเรื่อง Matt Hagen นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งจาก Gotham City ที่เคยมีชีวิตลำบาก แต่ตอนนี้กำลังไปได้สวยจนไปมีเรื่องกับมาเฟียทรงอำนาจอย่าง Markos Szabo จนถูกทำร้ายใบหน้าอย่างหนัก เมื่อทุกทางดูเหมือนจะตัน เขาจึงหันไปหาหมอ Caitlyn Corr นักวิจัยที่กำลังตกอับและถูกขโมยผลงาน ก่อนจะยอมให้ Matt เป็นอาสาสมัครทดลองเทคโนโลยีฟื้นฟูร่างกายด้วยนาโนบอทที่ผูกกับ AI ซึ่งตอนแรกดูเหมือนจะช่วยได้ แต่กลับนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายและน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม
รีวิวชี้ว่า Tom Rhys Harries ถ่ายทอดตัวละคร Matt ได้ดีในแบบที่ไม่เล่นใหญ่เกินไป แม้ตัวละครจะมีด้านมืดซ่อนอยู่มาก ส่วน Naomi Ackie ทำให้ Caitlyn ดูเป็นคนที่หลงทางมากกว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องจริง ๆ หนังเหมือนจะพยายามทำให้ผู้ชมสงสาร Matt ในช่วงแรก แต่ก็สื่อชัดว่าความชั่วร้ายของเขาไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีล้วน ๆ หากแต่เป็นสิ่งที่ถูกกระตุ้นและขยายให้รุนแรงขึ้น เมื่อการล้างแค้นเริ่มเดินหน้า หนังจึงปล่อยความประหลาดและความดำมืดออกมาเต็มที่ และนั่นคือช่วงที่มันสนุกที่สุด
IGN ยังชมว่าทีมงานด้านภาพและเทคนิคใช้พลังการแปลงร่างของตัวละครได้คุ้มมาก ทั้งในแง่ความตึงเครียดและอารมณ์ขันที่แฝงอยู่ในฉากที่ Matt ต้องสวมบทเป็นคนอื่นหลายคนต่อเนื่องกัน ขณะเดียวกันความเสื่อมทรามทางศีลธรรมและร่างกายก็ถูกผลักไปจนสุดทาง ทำให้ตอนจบออกมาเป็นบทสรุปที่เข้ากับโทนโศกนาฏกรรมของตัวละคร แม้ร่างสุดท้ายแบบในคอมิกจะถูกเก็บไว้เฉลยในช่วงท้าย แต่ก็ถือว่าเป็นบทปิดที่ลงล็อกกับการตกต่ำของ Matt
ในแง่จักรวาล DC ตัวหนังยืนยันว่าเกิดขึ้นใน DCU จริง แต่กลับแทบไม่มีการเชื่อมโยงใหญ่โตแบบหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป Batman ไม่ได้ถูกพูดถึงตรง ๆ แม้จะมีฉากที่ Wayne Community Centre และผู้กำกับย้ำว่าหนังตั้งใจเล่าเรื่องของ Matt Hagen เป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องของ Batman รีวิวจึงมองว่า Clayface อาจเกิดขึ้นในจักรวาลเดียวกับ DCU ได้สบาย แม้แทบไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความเป็นคอมิกมากนัก
โดยรวม IGN สรุปเชิงบวกว่า Clayface แสดงให้เห็นว่า DCU สามารถเล่าเรื่องที่เป็นหนังสยองขวัญและดราม่ามืดหม่นได้ ไม่จำเป็นต้องมีแต่ฉากต่อสู้ของฮีโร่หรือภารกิจกอบกู้โลก แต่ในทางเดียวกันก็ยังตั้งคำถามว่าผู้ชมวงกว้างจะเปิดรับหนังโทนแบบนี้มากน้อยแค่ไหน


