ดัน ฮาวเซอร์เผย Rockstar เคยเกือบไปไม่รอดระหว่างพัฒนา Bully

ดัน ฮาวเซอร์ อดีตรองประธาน Rockstar และหนึ่งในผู้เขียนบทของ Bully เปิดเผยว่า การพัฒนาเกมภาคนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับทีมงาน โดยตัวเกมอยู่ในภาวะ “มีปัญหาเกือบตลอดเวลา” และทีมเองก็ไม่แน่ใจอยู่นานว่าแนวคิดเกมจะออกมาดีพอหรือไม่ แม้ท้ายที่สุด Bully จะกลายเป็นผลงานที่ได้รับคำชมอย่างมาก แต่เส้นทางก่อนวางจำหน่ายกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการปรับแก้ในช่วงท้ายๆ ของการผลิต
ฮาวเซอร์อธิบายว่า หนึ่งในความยากของ Bully คือการเป็นเกมไอพีใหม่ที่ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นจากศูนย์ แตกต่างจากการทำภาคต่อที่มีกรอบชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เกมยังต้องเผชิญกระแสต่อต้านและความเข้าใจผิดจากสาธารณะตั้งแต่ยังไม่ออกวางขาย โดยเฉพาะประเด็นชื่อเกมและเนื้อหาที่หลายคนมองว่าขัดกับฉากหลังที่เป็นโรงเรียน ทำให้ Rockstar ต้องใช้เวลาไปกับการรับมือข้อครหามากกว่าการโปรโมตเกมอย่างเต็มที่
เขาระบุว่าบรรยากาศช่วงกลางยุค 2000s เป็นยุคที่เกมของ Rockstar มักถูกจับตามองและเกิดดราม่าต่อเนื่อง ทั้งกรณีความรุนแรงใน Manhunt และกระแส Hot Coffee ที่พัวพันกับ San Andreas ซึ่งยิ่งทำให้การทำตลาด Bully ยากขึ้นไปอีก ทีมงานต้องใช้เวลาหลายเดือนในการลดแรงต่อต้าน จนไม่สามารถสื่อสารจุดเด่นของเกมกับผู้เล่นได้เท่าที่ควร ส่งผลให้เกมไม่ได้รับความสนใจในระดับที่ควรจะเป็นในช่วงเปิดตัว
อีกอุปสรรคสำคัญคือการออกแบบระบบเกมให้เข้ากับบริบทของตัวเอกที่เป็นนักเรียน เมื่อเอาองค์ประกอบหลักแบบ GTA อย่างรถและปืนออกไป ทีมพัฒนาก็ต้องหาว่าแก่นของเกมคืออะไร และผู้เล่นควรทำอะไรในโลกของโรงเรียนแทน ฮาวเซอร์เล่าว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทีมเริ่มใส่กิจกรรมและช่วงเวลาในโรงเรียน รวมถึงไอเดียเล็กๆ อย่างโพสต์อิท “Kick me” ที่ทำให้ NPC เข้ามาเตะตัวละครได้ ซึ่งช่วยยืนยันว่าระบบปฏิสัมพันธ์แบบนี้สามารถสร้างโมเมนต์สนุกได้จริง
จากจุดนั้น ทีมจึงเริ่มมองเห็นว่า Bully มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่แค่ “GTA เวอร์ชันเด็กเรียน” แต่เป็นเกมที่ใช้ขนาดของโรงเรียนและชีวิตวัยรุ่นเป็นสนามหลักของความป่วนและการผจญภัย ฮาวเซอร์บอกว่าช่วงที่แนวคิดเริ่มลงตัวเป็นช่วงที่เขารู้สึกว่าทีม “เริ่มมาถูกทาง” และเกมค่อยๆ ประกอบร่างเป็นงานที่แข็งแรงในช่วงท้ายของการพัฒนา
บทสัมภาษณ์นี้ยังตอกย้ำว่าทำไม Bully จึงยังมีแฟนอยากเห็นภาคต่อมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีการพูดคุยถึงแนวคิดภาคใหม่ในอดีต แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้นจริงเพราะข้อจำกัดด้านทรัพยากรของ Rockstar ขณะเดียวกัน ฮาวเซอร์ยังชี้ว่าเวลาผ่านมาถึง 20 ปีแล้ว และยุคที่ผู้เล่นได้เห็นเกมโอเพ่นเวิลด์ใหม่จาก Rockstar ออกมาต่อเนื่องทุกปีได้จบลงไปนานแล้ว โดยตอนนี้ความสนใจหลักของค่ายอยู่ที่ GTA 6 ซึ่งใกล้จะวางจำหน่ายเต็มที


