วอร์เรน สเปกเตอร์ประกาศอำลาอุตสาหกรรมเกมหลังทำงานมาเกือบ 44 ปี
วอร์เรน สเปกเตอร์ หนึ่งในผู้บุกเบิกเกมแนว immersive sim และชื่อสำคัญเบื้องหลังผลงานอย่าง Deus Ex, Thief และ System Shock ประกาศอำลาการพัฒนาเกมอย่างเป็นทางการผ่านโพสต์บน LinkedIn โดยระบุว่าตนรู้สึกว่า…

วอร์เรน สเปกเตอร์ หนึ่งในผู้บุกเบิกเกมแนว immersive sim และชื่อสำคัญเบื้องหลังผลงานอย่าง Deus Ex, Thief และ System Shock ประกาศอำลาการพัฒนาเกมอย่างเป็นทางการผ่านโพสต์บน LinkedIn โดยระบุว่าตนรู้สึกว่าได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ครบถ้วนแล้วหลังทำงานในวงการยาวนานเกือบ 44 ปี
สเปกเตอร์วัย 70 ปีบอกว่าการตัดสินใจครั้งนี้มาจากทั้งเรื่องอายุ สุขภาพ และมุมมองต่ออุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป เขายอมรับว่ายังมีเกมอีกไม่กี่โปรเจ็กต์ที่อยากสร้าง แต่ความรู้สึกสนุกกับธุรกิจเกมไม่เหมือนเดิมแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ปิดโอกาสการกลับมาทำเกมอีกในอนาคต หากสถานการณ์เอื้ออำนวย
ในข้อความอำลา เขาไล่เรียงผลงานตลอดชีวิตการทำงาน ตั้งแต่เกมกระดาน เกมสวมบทบาทบนโต๊ะ ไปจนถึงวิดีโอเกมมากมาย รวมถึงงานในสตูดิโอและบริษัทขนาดใหญ่หลายรูปแบบ พร้อมระบุว่าความภาคภูมิใจที่สำคัญที่สุดคือการได้ช่วยผลักดันบุคลากรฝีมือดีในวงการให้เติบโตต่อไป เขายังบอกว่าหลังจากนี้อยากหันไปเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ สอนบรรยาย และอาจรับงานที่ปรึกษา
สเปกเตอร์ย้ำด้วยว่าเกมยังเป็นสื่อที่ “ยังไม่ถูกแก้โจทย์จนหมด” และยังมีพื้นที่ให้ทดลองและสร้างนวัตกรรมอีกมาก เขายังฝากถึงนักพัฒนารุ่นใหม่ว่าหน้าที่ของพวกเขาคือทำให้คนลืมคนรุ่นก่อนอย่างเขาได้ ด้วยการสร้างผลงานที่ดีกว่าและผลักวงการไปข้างหน้า
สำหรับเส้นทางอาชีพ เขาเป็นที่รู้จักจากผลงานที่ Ion Storm อย่าง Deus Ex และ Thief รวมถึงการก่อตั้ง Junction Point Studios ผู้พัฒนา Disney’s Epic Mickey และล่าสุดดำรงตำแหน่ง chief creative officer ที่ OtherSide Entertainment ซึ่งเคยทำ Underworld Ascendant และโปรเจ็กต์ Thick as Thieves แต่เกมหลังไม่ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกัน OtherSide ก็เผชิญการปลดพนักงานในช่วงที่ผ่านมา การประกาศครั้งนี้จึงนับเป็นการปิดฉากบทสำคัญของนักพัฒนาเกมระดับตำนานคนหนึ่งของอุตสาหกรรม


