Dishonored เกือบไม่เกิด: Harvey Smith เผย Arkane เหลือเงินแค่ 4 เดือนก่อนพลิกชะตาด้วยเกมนี้
Harvey Smith อดีตหัวหน้าทีม Arkane Austin และผู้ร่วมก่อตั้งแนวคิดของสตูดิโอ เปิดเผยเบื้องหลังสำคัญของการสร้าง Dishonored ว่าโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เพียงเกมใหม่ที่ทีมอยากทำ แต่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อ…

Harvey Smith อดีตหัวหน้าทีม Arkane Austin และผู้ร่วมก่อตั้งแนวคิดของสตูดิโอ เปิดเผยเบื้องหลังสำคัญของการสร้าง Dishonored ว่าโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เพียงเกมใหม่ที่ทีมอยากทำ แต่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อพาสตูดิโอรอดจากวิกฤตทางการเงิน หลังจาก Arkane ใช้เวลาหลายปีรับงานจ้างภายนอกที่ไม่ค่อยคืบหน้าและไม่ตรงกับสิ่งที่ทีมต้องการทำจริง
Smith เล่าว่าในช่วงหนึ่ง Arkane แทบจะเดินมาถึงจุดสิ้นสุดของธุรกิจ โดยมีเงินทุนเหลือเพียงราว 4 เดือน ขณะนั้นสตูดิโอกำลังต้องกระจายคนไปทำงานหลายโปรเจกต์พร้อมกัน ทั้งงานกับ EA อย่าง Boom Blox การพรีเซนต์งานให้ Ubisoft และโปรเจกต์อื่นๆ ที่ยังไม่ลงตัว รวมถึงบางงานที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ความพยายามเดินเกมแบบรับงานเพื่อประคองสตูดิโอจึงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างที่หวัง
ท้ายที่สุด Arkane ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางจากการรับงานนอกเพื่อความอยู่รอด ไปสู่การทุ่มทำสิ่งที่ทีมเชื่อมั่นและถนัดจริง นั่นคือ immersive sim และแนวเกมที่เน้นอิสระในการเล่น การตัดสินใจครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะ Dishonored กลายเป็นผลงานที่ช่วยสร้างชื่อเสียงและพลิกอนาคตของสตูดิโออย่างชัดเจน
Smith มองว่าบทเรียนจากเหตุการณ์นั้นยืนยันว่าการทำเกมที่ทีมมีความหลงใหลจริงคือโอกาสดีที่สุดในการประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมเกม เขายังโยงแนวคิดนี้ไปถึงสตูดิโอใหม่ของเขา Black Pony Immersive ซึ่งประกาศชัดว่าจะไม่ไล่ตามกระแสตลาด แม้ความเสี่ยงของเกมแนว immersive sim จะยังเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ก็ตาม
บทความยังชี้ว่าแนวคิดดังกล่าวสะท้อนความผิดพลาดที่ Arkane เคยเผชิญเมื่อพยายามตามเทรนด์ จนนำไปสู่ Redfall ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่เข้ากับจุดแข็งของทีม ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็จับตาว่าวงการ immersive sim อาจเริ่มมีแรงส่งใหม่จากหลายโปรเจกต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ ทั้งเกมจาก New Blood และสตูดิโอ WolfEye ของ Raphaël Colantonio อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Arkane
โดยรวมแล้ว เรื่องนี้ไม่เพียงเล่าเบื้องหลัง Dishonored ในฐานะเกมที่เกิดจากเดิมพันครั้งใหญ่ของ Arkane แต่ยังสะท้อนประเด็นกว้างกว่านั้นเกี่ยวกับการอยู่รอดของสตูดิโอเกม การเลือกทำตามตลาดหรือยึดในจุดแข็งของตัวเอง และคำถามว่าเกมแนว immersive sim จะกลับมาเป็นกระแสได้มากน้อยแค่ไหนในอนาคต


