IGN ชี้ EA ไม่เคยเห็นคุณค่าที่แท้จริงของ BioWare ท่ามกลางการปลดพนักงานครั้งใหม่
บทความความเห็นของ IGN โดย Matt Purslow มองว่า EA กำลังทำลายสิ่งที่ BioWare เคยเป็นและพลาดโอกาสมหาศาลที่จะรักษาสตูดิโอ RPG ระดับตำนานเอาไว้ โดยโยงกับการปลดพนักงานครั้งล่าสุดราว 400 ตำแหน่ง การตัดลดต่อ…

บทความความเห็นของ IGN โดย Matt Purslow มองว่า EA กำลังทำลายสิ่งที่ BioWare เคยเป็นและพลาดโอกาสมหาศาลที่จะรักษาสตูดิโอ RPG ระดับตำนานเอาไว้ โดยโยงกับการปลดพนักงานครั้งล่าสุดราว 400 ตำแหน่ง การตัดลดต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และการปิดสตูดิโอ/ยกเลิกโปรเจกต์สำคัญหลายครั้ง จนสะท้อนชัดว่า EA ให้ความสำคัญกับเกมที่สร้างรายได้สูงและทำเงินซ้ำได้มากกว่า เช่น เกมกีฬาแบบออกทุกปีและเกมบริการต่อเนื่อง มากกว่างานสร้างสรรค์เชิงศิลปะของสตูดิโอเล็กที่ทำเกมเนื้อเรื่องลึกอย่าง BioWare
ผู้เขียนย้อนภาพชื่อเสียงของ EA ในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ที่เคยถูกโหวตว่าเป็น “บริษัทแย่ที่สุดในอเมริกา” และชี้ว่าความไม่พอใจในตอนนั้นมาจากเกมภาคต่อหลายเกมที่สร้างเสียงวิจารณ์มาก ทั้ง Dead Space 3, Crysis 3 และ Mass Effect 3 ก่อนจะโยงมาถึงยุคปัจจุบันที่บริษัทถูกควบคุมโดยนักลงทุนรายใหญ่และกองทุนต่างชาติ ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองว่า EA เป็นเครื่องจักรทำกำไรที่ไม่ใส่ใจกับอัตลักษณ์เชิงสร้างสรรค์ของสตูดิโอในเครือ
แก่นสำคัญของบทความคือการโต้แย้งว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ BioWare เพียงอย่างเดียว แม้สตูดิโอจะมีความผิดพลาดของตัวเอง เช่น Anthem, Mass Effect: Andromeda และ Dragon Age: The Veilguard ที่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง แต่ผู้เขียนเชื่อว่า BioWare ถูกบีบให้ปรับตัวตามความคาดหวังของ EA มาตลอด ตั้งแต่การลดทอนระบบ RPG ดั้งเดิมเพื่อให้เข้าถึงตลาดกว้างขึ้น ไปจนถึงความพยายามสร้างเกมที่ต้องตอบโจทย์ยอดขายมหาศาลและเป้ากำไรสูงของบริษัทแม่ มากกว่าจะรักษาเอกลักษณ์ของสตูดิโอเอาไว้
บทความยังยกคำพูดจากอดีตผู้บริหารและนักพัฒนาของ BioWare มาสนับสนุนว่า EA ต้องการให้ทุกแฟรนไชส์กลายเป็น “บล็อกบัสเตอร์ระดับพันล้านดอลลาร์” ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับเกม RPG ฟอร์มใหญ่ที่ต้นทุนสูงและมีฐานผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม ผู้เขียนชี้ว่าแม้ในยุคที่ดีที่สุดของ BioWare ความสำเร็จก็มาจากการดิ้นรนสร้างสมดุลระหว่างคุณค่าทางศิลปะกับข้อเรียกร้องทางธุรกิจของ EA มากกว่าจะเป็นเพราะ EA เข้าใจความงามของเกมเหล่านั้นจริง ๆ
นอกจากนี้ บทความยังขยายภาพไปยังประวัติศาสตร์การซื้อกิจการของ EA ที่มีทั้งการปิดสตูดิโอ การควบรวม และการรีแบรนด์ทีมพัฒนาเก่า ๆ หลายแห่ง เช่น Origin, Bullfrog, Westwood, Pandemic และการแปลงสภาพ Criterion ให้กลายเป็นทีมสนับสนุน Battlefield ผู้เขียนมองว่านี่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ลดทอนสตูดิโอให้เป็นเพียง “กำลังคน” สำหรับโปรเจกต์ที่ทำเงินในช่วงนั้น มากกว่าจะมองว่าแต่ละทีมมีตัวตน ความเชี่ยวชาญ และปรัชญาการสร้างสรรค์ของตัวเอง
สาระสรุปของบทความจึงไม่ใช่แค่การอาลัย BioWare แต่เป็นคำวิจารณ์ EA ว่ามองไม่เห็นคุณค่าของสตูดิโอที่สร้างงานระดับคลาสสิก และท้ายที่สุดได้ทำให้ทั้ง BioWare และสตูดิโออื่น ๆ เสียศูนย์หรือหายไปจากอุตสาหกรรม ผู้เขียนทิ้งข้อคิดว่าเกมสตูดิโอควรถูกมองเหมือนวงดนตรีหรือคณะศิลปินที่มี “จิตวิญญาณ” และความต่อเนื่องทางความคิด ไม่ใช่แค่หน่วยผลิตงานที่ถูกโยกย้ายตามผลกำไรระยะสั้น


