GOG ลุยสายพับลิชชิ่ง จับมือ Retrovibe เปิดโปรเจกต์ใหม่รองรับเกมอินดี้
GOG แพลตฟอร์มขายเกมแบบไม่ใส่ DRM เดินหน้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดจำหน่ายเกม หลังแยกตัวจาก CD Projekt และกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของ Michał Kiciński ผู้ร่วมก่อตั้งเดิม โดยแผนนี้เป็นหนึ่งในทิศทางที่เคย…

GOG แพลตฟอร์มขายเกมแบบไม่ใส่ DRM เดินหน้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดจำหน่ายเกม หลังแยกตัวจาก CD Projekt และกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของ Michał Kiciński ผู้ร่วมก่อตั้งเดิม โดยแผนนี้เป็นหนึ่งในทิศทางที่เคยถูกพูดถึงมาก่อนหน้านี้ และตอนนี้ก็เริ่มเป็นรูปธรรมแล้ว
โครงการใหม่นี้ใช้ชื่อว่า Retrovibe by GOG เกิดจากความร่วมมือกับ Retrovibe ผู้จัดจำหน่ายอิสระที่มุ่งสนับสนุนนักพัฒนาอินดี้ให้นำผลงานไปวางจำหน่ายบนร้านค้าเกมพีซีและคอนโซลหลายแพลตฟอร์ม หน้าที่หลักของฝั่งพับลิชเชอร์จะครอบคลุมทั้งการสนับสนุนด้านเงินทุน การตลาด การประสานงานกับครีเอเตอร์และสื่อเกม รวมถึงกระบวนการรับรองเกมให้พร้อมวางขายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ
เหตุผลที่ GOG เลือกจับมือกับ Retrovibe ไม่ใช่แค่ความเข้ากันได้ของแนวทางธุรกิจ แต่ยังมาจากความเชื่อมโยงเชิงบุคคลด้วย เพราะ Kiciński เป็นผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง GOG และ Retrovibe ทำให้การประสานงานระหว่างสองบริษัททำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันภาพลักษณ์ของ Retrovibe ที่เน้นเกมซึ่งมีเสน่ห์แบบคลาสสิกก็สอดคล้องกับแนวคิดของ GOG ที่ให้ความสำคัญกับเกมเก่าและการอนุรักษ์เกมในระยะยาว
โปรเจกต์นี้มีเกมชุดแรกเข้าร่วมแล้ว คือ Cop Bastard ซึ่งมีกำหนดวางขายในวันที่ 29 ตุลาคม และ Project Warlock: Lost Chapters ซึ่งเป็นภาคต่อในซีรีส์แนว boomer shooter โดยทั้งสองเกมดูจะสะท้อนแนวทางเกมสไตล์ย้อนยุคที่ Retrovibe และ GOG ต้องการผลักดัน
อย่างไรก็ตาม เกมทั้งสองไม่ได้เป็นเอ็กซ์คลูซีฟของ GOG เพราะยังมีหน้าร้านบน Steam ด้วยเช่นกัน สะท้อนว่าบทบาทใหม่ของ GOG ในฐานะผู้จัดจำหน่ายยังคงทำงานร่วมกับระบบตลาดเกมที่หลากหลาย มากกว่าจะผูกขาดการขายไว้เฉพาะบนแพลตฟอร์มของตนเอง


