อดีตผู้บริหาร id Software เชื่อ หากมี GenAI ยุคนั้นคงถูกหยิบมาใช้แน่
Tim Willits อดีตผู้ร่วมเป็นเจ้าของ id Software และปัจจุบันเป็น CCO ของ Saber Interactive ให้สัมภาษณ์ว่า หากเทคโนโลยี generative AI มีอยู่ในช่วงที่เขาทำงานกับ id Software ทีมก็น่าจะนำมาใช้แน่นอน เพราะ…

Tim Willits อดีตผู้ร่วมเป็นเจ้าของ id Software และปัจจุบันเป็น CCO ของ Saber Interactive ให้สัมภาษณ์ว่า หากเทคโนโลยี generative AI มีอยู่ในช่วงที่เขาทำงานกับ id Software ทีมก็น่าจะนำมาใช้แน่นอน เพราะสตูดิโอมีประวัติชอบผลักดันเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาโดยตลอด เขายกตัวอย่างว่าแม้ตอน Quake 3 ออกในปี 1999 จะถูกวิจารณ์หนักเพราะต้องพึ่งการ์ดจอราคาแพง แต่สุดท้ายก็กลายเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของวงการเกมพีซี
คำพูดของ Willits เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสถกเถียงเรื่อง AI ในอุตสาหกรรมเกม โดยเฉพาะกรณีของ Saber Interactive และเกม Rideshare Simulator ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการเปิดเผยการใช้ AI บน Steam และข้อกล่าวหาว่าเนื้อหาบางส่วนถูกแทนที่ด้วย AI หลังจากนักเขียนคนหนึ่งอ้างว่าถูกปลดออกจากทีม ข้อพิพาทนี้ยิ่งทำให้ประเด็นการใช้ AI ในงานสร้างสรรค์กลายเป็นเรื่องอ่อนไหวมากขึ้น และทำให้คำชี้แจงของบริษัทถูกจับตามองเป็นพิเศษ
Willits พยายามชี้แจงว่าตัวเกมหลักของ Rideshare Simulator รวมถึงภารกิจเสริมทั้งหมดเขียนโดยมนุษย์ ส่วน AI จะถูกใช้เฉพาะโหมดเสริมอย่าง Free Ride เพื่อสร้างบทสนทนาและเรื่องราวของผู้โดยสารแบบใหม่ ๆ เขาย้ำว่านี่คือการทดลองในวงจำกัด เพื่อทำความเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้จะนำไปใช้กับเกมได้อย่างไร ไม่ใช่การนำ generative AI ไปใช้ครอบงำโปรเจ็กต์ใหญ่ของสตูดิโอ
เขายังเชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีสักเกมหนึ่งที่ใช้ AI ได้อย่างโดดเด่นจนคนในวงการยอมรับว่าเป็น “คำตอบ” ของการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และเปรียบเทียบว่าต้องมีบางอย่างที่เป็นเหมือน “Half-Life 2 ของ AI” คือเกมที่กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าควรใช้ AI อย่างไรถึงจะคุ้มค่าและเปลี่ยนอุตสาหกรรมได้จริง
อย่างไรก็ตาม บทความตั้งข้อสงสัยว่าการพึ่ง AI เพื่อสร้างเนื้อหาไม่รู้จบอาจไม่ได้หมายความว่าเกมจะดีขึ้นเสมอไป เพราะเนื้อหาที่สร้างแบบอัตโนมัติมักเสี่ยงต่อความจืดชืด ขาดทิศทาง และไม่ค่อยมีเอกลักษณ์ แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากก็ตาม มุมมองนี้สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดที่ยังทุ่มเงินและสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากเพื่อรองรับ AI แต่ยังไม่เห็น “killer app” ที่พิสูจน์คุณค่าของมันอย่างชัดเจน
สาระสำคัญของบทความจึงอยู่ที่ความตึงเครียดระหว่างความหวังและความระแวงต่อ generative AI ในเกม Willits มองว่าอดีตของ id Software บ่งชี้ว่าทีมคงไม่ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ ขณะที่ผู้เขียนต้นฉบับยังมองว่าการพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของ AI ต้องมาจากเกมที่ออกมาจริง ไม่ใช่คำสัญญาจากผู้บริหาร และเกมนั้นต้องแสดงให้เห็นว่า AI ช่วยยกระดับวงการได้จริงมากกว่าการสร้างงานซ้ำ ๆ หรือเนื้อหาที่ไร้จุดหมาย


