นักลงทุนชี้ Pokémon Cards อาจกลายเป็นสกุลเงินหลังวันสิ้นโลก
พีต เลวิน ผู้ก่อตั้งกองทุน Griffin Gaming Partners และนักลงทุนสายเกม มองว่าไพ่โปเกมอนอาจกลายเป็น “สกุลเงิน” ที่คนจะยอมรับกันได้ หากเกิดหายนะระดับโลกจนระบบเศรษฐกิจเดิมล่มสลาย เขาให้เหตุผลว่าซีรีส์…

พีต เลวิน ผู้ก่อตั้งกองทุน Griffin Gaming Partners และนักลงทุนสายเกม มองว่าไพ่โปเกมอนอาจกลายเป็น “สกุลเงิน” ที่คนจะยอมรับกันได้ หากเกิดหายนะระดับโลกจนระบบเศรษฐกิจเดิมล่มสลาย เขาให้เหตุผลว่าซีรีส์ Pokémon เป็นปรากฏการณ์ระดับโลก มีฐานแฟนจำนวนมาก และสินค้าที่เกี่ยวข้องยังคงมีมูลค่าสูงในตลาดนักสะสมอย่างต่อเนื่อง
เลวินอ้างว่าตลาดการ์ดโปเกมอนเติบโตแรงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมองว่าไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มขยายตัวในระยะยาว เขายกประเด็นว่าการ์ดหายากจำนวนมากมีราคาพุ่งสูงจนเทียบได้กับการลงทุนสินทรัพย์บางประเภท พร้อมชี้ว่าการ์ดโปเกมอนมีประวัติความนิยมที่ยืดเยื้อ ตั้งแต่ยุคปลายทศวรรษ 1990 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
อีกเหตุผลสำคัญที่เขาหยิบยกคือระบบการประเมินและรับรองคุณภาพการ์ดจากบริษัทอย่าง PSA ซึ่งช่วยกำหนดมาตรฐานสภาพการ์ดและยืนยันความแท้ ทำให้การ์ดแต่ละใบมีมูลค่าที่ตรวจสอบได้มากขึ้น แม้ราคาจริงจะยังขึ้นอยู่กับกลไกตลาดก็ตาม มุมมองนี้ทำให้การ์ดสะสมจำนวนหนึ่งมีลักษณะใกล้เคียงสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้ในวงกว้าง
เลวินยังเชื่อมโยงปรากฏการณ์ “kidult” หรือผู้ใหญ่ที่กลับไปสนใจของเล่น เกมเก่า การ์ดสะสม และคอมิกส์อีกครั้ง โดยมองว่ากลุ่มผู้บริโภควัยทำงานที่มีรายได้และกำลังซื้อสูง เป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ตลาดของสะสมเติบโตต่อเนื่อง เขาระบุว่ากลุ่มนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นและช่วยหนุนความต้องการสินค้าแนวคิดถึงอดีตอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ดี ข่าวชิ้นนี้ยังสะท้อนปัญหาด้านอุปทานและการเก็งกำไรที่ตามมาจากความนิยมของการ์ดโปเกมอน เช่น การถูกกว้านซื้อโดยนักปั่นราคาและมิจฉาชีพ จนร้านค้าบางแห่งในสหรัฐฯ ต้องใช้วิธีป้องกันอย่างการกรีดกล่องสินค้าเพื่อลดการกักตุน ส่วนในญี่ปุ่นก็มีการจำกัดการซื้อเฉพาะผู้มีถิ่นพำนักในประเทศหรือใช้ระบบยืนยันตัวตนในบางพื้นที่
แม้ The Pokémon Company จะผลิตการ์ดจำนวนมหาศาลในแต่ละปี แต่ความต้องการก็ยังสูงจนสินค้าหลายชุดขายหมดอย่างรวดเร็ว เรื่องราวนี้จึงตอกย้ำว่าการ์ดโปเกมอนไม่ได้เป็นแค่ของเล่นหรือของสะสมธรรมดา แต่กลายเป็นสินทรัพย์วัฒนธรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง และในมุมมองของนักลงทุนบางคน อาจถึงขั้น “ใช้แทนเงิน” ได้ในสถานการณ์สุดโต่งที่สุด


