ผู้สร้าง Thief มองว่าเกมยุคนี้ไล่กราฟิกเกินพอดี และพอแล้วตั้งแต่ Alan Wake
Randy Smith Evergreen นักออกแบบเกมที่เคยมีผลงานกับ Thief, System Shock 2 และ Dark Messiah: Might and Magic แสดงความเห็นว่า “สงครามกราฟิก” ในวงการเกมเดินไปไกลเกินจำเป็น และควรหยุดความพยายามไล่ความ…

Randy Smith Evergreen นักออกแบบเกมที่เคยมีผลงานกับ Thief, System Shock 2 และ Dark Messiah: Might and Magic แสดงความเห็นว่า “สงครามกราฟิก” ในวงการเกมเดินไปไกลเกินจำเป็น และควรหยุดความพยายามไล่ความสมจริงตั้งแต่ยุค Alan Wake ภาคแรกของ Remedy เมื่อปี 2010 เขาให้เหตุผลว่าช่วงเวลานั้นภาพเกมเริ่มสมจริงพอที่จะสื่อบรรยากาศและทิศทางของฉากได้ชัดเจนแล้ว จากนั้นการเพิ่มความละเอียด, แสง, เงาสะท้อน และเทคนิคอย่าง ray tracing กลับกลายเป็นการแข่งขันเพื่อสร้างความตื่นตา มากกว่าจะเพิ่มคุณค่าที่ผู้เล่นใช้งานได้จริง
Smith Evergreen ชี้ว่าความคมชัดระดับสูงในเกม AAA และ AA ปัจจุบันมักมาพร้อมต้นทุนการพัฒนาที่สูงมาก ขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ได้จำเป็นต้องเห็นรายละเอียดเหนือระดับ “ใช้งานได้” เพื่อสนุกกับเกม เขามองว่าจุดที่ Alan Wake ไปถึงนั้นเพียงพอแล้วสำหรับประสบการณ์ส่วนใหญ่ และทุกอย่างที่เกินจากนั้นคือส่วนเสริมมากกว่าแก่นสำคัญ โดยเฉพาะกับเกมแนว immersive sim ที่เขาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเร่งตัวเองให้ไปแข่งขันในสนามเดียวกับเกมบล็อกบัสเตอร์ขนาดใหญ่ เพราะกลุ่มผู้เล่นของแนวนี้อาจไม่มากพอจะรองรับงบประมาณระดับ AAA
เขายังวิจารณ์แนวคิดที่ว่า immersive sim ควรต้องกลายเป็นเกมใหญ่ระดับเดียวกับ GTA 6 หรือ Ghost of Tsushima เพื่อดึงความสนใจจากตลาดวงกว้าง โดยมองว่านั่นอาจเป็นการตีความขนาดฐานผู้เล่นผิดไป การพยายามทุ่มงบสร้างโลกให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อาจไม่ตอบโจทย์สิ่งที่แฟนแนวนี้ต้องการจริง ๆ ซึ่งมักเป็นการออกแบบเกมเพลย์และบรรยากาศที่เฉพาะตัวมากกว่าความอลังการของภาพ
ในส่วนของ Thief: The Dark Project Remastered ที่กำลังพัฒนาโดย Nightdive Studios เขามองในแง่บวกและเชื่อมั่นในทีมพัฒนา พร้อมบอกว่าการรีมาสเตอร์ครั้งนี้น่าจะทำให้ได้กลับไปสัมผัสเกมต้นฉบับในมุมมองใหม่อีกครั้ง เพราะเวลาที่ผ่านมานานพอจะทำให้ประสบการณ์เดิมดูสดเหมือนเล่นครั้งแรก เขายังบอกด้วยว่าการเล่น Dishonored เคยทำให้เขารู้สึกเหมือนได้สัมผัส Thief ในแบบหนึ่งอยู่แล้ว และตอนนี้ยิ่งคาดหวังกับเวอร์ชันรีมาสเตอร์มากขึ้น
บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนมุมมองของนักพัฒนาเกมรุ่นเก่าที่อยากให้วงการกลับมาโฟกัส “ความพอดี” ของงานภาพมากกว่าการแข่งขันกันเพิ่มความหรูหราไม่สิ้นสุด พร้อมตั้งคำถามว่าการผลักดันเทคโนโลยีกราฟิกให้ไกลขึ้นทุกปีนั้นคุ้มค่ากับต้นทุนและประสบการณ์ผู้เล่นจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตอกย้ำความน่าสนใจของ Thief Remastered ที่แม้ยังไม่ประกาศวันวางจำหน่าย แต่ก็มีแฟนเกมและตัวผู้สร้างดั้งเดิมเฝ้ารออยู่ไม่น้อย


