Warren Spector ประกาศวางมือจากวงการเกม หลังทำงานมากว่า 40 ปี
วอร์เรน สเปกเตอร์ หนึ่งในนักออกแบบเกมที่ถูกยกย่องมากที่สุดในสายเกมแนว immersive sim ประกาศว่าเขากำลังจะเกษียณจากการพัฒนาเกมอย่างเป็นทางการ หลังทำงานในอุตสาหกรรมนี้มานานราว 44 ปี โดยผลงานที่ทำให้ชื่อ…

วอร์เรน สเปกเตอร์ หนึ่งในนักออกแบบเกมที่ถูกยกย่องมากที่สุดในสายเกมแนว immersive sim ประกาศว่าเขากำลังจะเกษียณจากการพัฒนาเกมอย่างเป็นทางการ หลังทำงานในอุตสาหกรรมนี้มานานราว 44 ปี โดยผลงานที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจดจำอย่างกว้างขวาง ได้แก่ Ultima Underworld, System Shock และ Deus Ex รวมถึงเกมอย่าง Invisible War และ Deadly Shadows ซึ่งแฟนเกมจำนวนไม่น้อยมองว่าได้รับการประเมินต่ำกว่าที่ควร
สเปกเตอร์ระบุผ่าน LinkedIn ว่าเขาน่าจะ “มาถึงจุดนี้จริง ๆ แล้ว” แม้จะเคยพูดเรื่องเกษียณมาก่อนและเปลี่ยนใจในภายหลัง แต่ครั้งนี้เขามั่นใจมากกว่าว่าจะหยุดทำงานในฐานะนักพัฒนาเกม เขามองย้อนกลับไปว่าอาชีพของเขาเต็มไปด้วยประสบการณ์หลากหลาย ตั้งแต่งานเกมโต๊ะ เกมกระดาน ไปจนถึงเกมดิจิทัลจำนวนมาก ทั้งในทีมขนาดเล็กและองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมย้ำว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ใช่ของเขาคนเดียว แต่เป็นผลงานของทีมงานจำนวนมากที่ร่วมกันทำให้ไอเดียกลายเป็นเกมจริง
เขาบอกด้วยว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจวางมือคืออายุ สุขภาพ และความรู้สึกว่าสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำในอาชีพนี้ได้ทำครบแล้ว ต่อจากนี้เขาอยากหันไปเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ สอนบรรยาย และอาจรับงานให้คำปรึกษาเป็นครั้งคราว นอกจากนี้เขายังพูดติดตลกว่าอยากกลับไปเล่นดนตรีด้วย เพราะยังมีคีย์บอร์ดรอให้ฝึกทักษะเปียโนกลับมาอีกครั้ง
แม้จะประกาศเกษียณ แต่สเปกเตอร์ยังสะท้อนความรู้สึกสองด้าน เพราะเขายังมีแนวคิดเกมที่อยากสร้างอยู่อีก 3 แบบ ได้แก่ เกมขนาดใหญ่ เกมขนาดเล็ก และเกมหนึ่งที่เขาเองยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ซึ่งยิ่งทำให้รู้สึกท้าทาย อย่างไรก็ดี เขามองว่าธุรกิจเกมเปลี่ยนไปมากและไม่สนุกเท่าเดิม ขณะเดียวกันเขาก็เชื่อว่าควรเป็นเวลาของคนรุ่นใหม่ที่ควรได้เฉิดฉายและทดลองสิ่งใหม่ ๆ
บทความยังย้อนถึงช่วงหลัง ๆ ของเขาในฐานะผู้บริหารสตูดิโอ Otherside Entertainment ซึ่งผลงานอย่าง Underworld Ascendant ถูกมองว่าไปได้ไม่สวยนัก ส่วน Thick as Thieves ก็ออกมาดีกว่าเดิม แต่ไม่สามารถสร้างฐานผู้เล่นได้มากพอจนต้องยุติการอัปเดตเนื้อหาไม่นานหลังวางจำหน่าย นอกจากนี้โปรเจ็กต์ System Shock 3 ก็สะดุดหนักเมื่อถูก Tencent เข้าควบคุมในปี 2020 และดูเหมือนจะไม่เดินหน้าต่อ
ถึงอย่างนั้น สเปกเตอร์ยังฝากข้อความถึงนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ว่า วงการเกมยังไม่ใช่ปัญหาที่แก้จบแล้ว และยังมีพื้นที่สำหรับการทดลองกับนวัตกรรมอีกมาก เขาย้ำว่าหน้าที่ของคนรุ่นใหม่คือการสร้างเกมที่ทำให้ผู้เล่นลืมคนรุ่นก่อน ๆ ไปได้ในแง่ของการเป็นแรงบันดาลใจ และปิดท้ายด้วยการบอกว่าแม้ไม่ปิดประตูเสียทีเดียว แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะก้าวลงจากเวทีและเปิดทางให้คนอื่นต่อไป


