เคน พาร์สันส์มองแบ็ครูมส์เวอร์ชันหนังเป็นเพียง “ชวเลขทางวัฒนธรรม” ของพื้นที่นามธรรม
เคน พาร์สันส์ ผู้สร้างภาพยนตร์จากคอนเซ็ปต์แบ็ครูมส์ มองว่างานของเขาไม่ได้ปักธงนิยามตายตัวให้กับปรากฏการณ์นี้ แต่เป็นเพียงการตีความหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ง่ายขึ้นว่า “แบ็ครูมส์” คืออะไรในบริบท…

เคน พาร์สันส์ ผู้สร้างภาพยนตร์จากคอนเซ็ปต์แบ็ครูมส์ มองว่างานของเขาไม่ได้ปักธงนิยามตายตัวให้กับปรากฏการณ์นี้ แต่เป็นเพียงการตีความหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ง่ายขึ้นว่า “แบ็ครูมส์” คืออะไรในบริบทวัฒนธรรมร่วมสมัย เขาชี้ว่าความสำเร็จของหนังทำให้ภาพจำจากผลงานของเขากลายเป็นเหมือนชวเลขทางวัฒนธรรมสำหรับสิ่งที่ลึกลับ น่าขนลุก และเป็นพื้นที่ก้ำกึ่งระหว่างจริงกับฝันในแบบที่ผู้คนจำนวนมากนึกถึงทันทีเมื่อพูดถึงคำนี้
พาร์สันส์ยกตัวอย่างว่าอิทธิพลของงานเขาเริ่มล้ำออกไปไกลจากวงการอินเทอร์เน็ตสายเฉพาะทาง เพราะแม้แต่รายการอย่าง South Park ก็ยังหยิบเอาแบ็ครูมส์ไปล้อเลียนในตอนหนึ่ง ซึ่งสะท้อนว่าภาพจำของแบ็ครูมส์เวอร์ชันที่เขานำเสนอได้ค่อย ๆ เบียดและแทนที่ความหมายดั้งเดิมที่เคยหลวมและหลากหลายมาก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าจุดแข็งของแบ็ครูมส์อยู่ที่การไม่มีคำตอบเดียวตายตัว เขามองว่ามันไม่ควรถูกทำให้เป็นสิ่งที่ “เป็นรูปเป็นร่าง” จนเกินไป เพราะเสน่ห์ของมันคือการคงความพร่าเลือนและความเป็นนามธรรมไว้ให้คนตีความต่อได้เองในระยะยาว หากปล่อยให้มันค้างอยู่ในความทรงจำของผู้คนโดยไม่ต้องทบทวนมากนัก มันก็จะกลายเป็นเพียง “ช่วงเวลาทางวัฒนธรรม” ที่คลุมเครือแต่ยังติดอยู่ในหัว
เขายังอธิบายว่าการสร้างผลงานจากแนวคิดแบบนี้ต้องเดินเส้นบาง ๆ ระหว่างการลงรายละเอียดให้โลกของเรื่องดูน่าเชื่อถือ กับการไม่อธิบายมากเกินไปจนทำลายความรู้สึกชวนสับสนที่เป็นหัวใจของมัน สำหรับพาร์สันส์ ความน่ากลัวของแบ็ครูมส์ไม่ได้มาจากความซับซ้อนของพล็อต แต่เกิดจากบรรยากาศของ “พื้นที่ว่าง” ที่เหมือนเปิดให้จินตนาการคนดูเข้าไปเติมเต็มเอง
ท้ายที่สุด เขาเชื่อว่าความพยายามจะผูกแบ็ครูมส์เข้ากับทรัพย์สินทางปัญญาแบบตายตัวอาจไม่สำเร็จในระยะยาว เพราะธรรมชาติของมันคือการเลือนหาย แปรรูป และถูกตีความใหม่ไปเรื่อย ๆ คล้ายกับงานเล่าเรื่องแบบชุมชนออนไลน์อย่าง SCP ที่ไม่มีเจ้าของความหมายเพียงคนเดียว นั่นทำให้แบ็ครูมส์ยังคงเป็นพื้นที่ร่วมของผู้คน มากกว่าจะเป็นแฟรนไชส์ที่ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์


