Netflix เดินหน้ารีเมก Dungeons & Dragons เป็นซีรีส์ไลฟ์แอ็กชันเล่าออริจินของ Strahd
Netflix กำลังพัฒนาซีรีส์ไลฟ์แอ็กชันจากจักรวาล Dungeons & Dragons โดยหยิบเอาแคมเปญโทนโกธิกสยองขวัญอย่าง Ravenloft มาเป็นแกนหลักของเรื่อง และจะโฟกัสไปที่ต้นกำเนิดของวายร้ายชื่อดัง Darklord Strahd von…

Netflix กำลังพัฒนาซีรีส์ไลฟ์แอ็กชันจากจักรวาล Dungeons & Dragons โดยหยิบเอาแคมเปญโทนโกธิกสยองขวัญอย่าง Ravenloft มาเป็นแกนหลักของเรื่อง และจะโฟกัสไปที่ต้นกำเนิดของวายร้ายชื่อดัง Darklord Strahd von Zarovich มากกว่าจะเล่าเรื่องผจญภัยแบบตรงไปตรงมา ซีรีส์นี้ถูกวางให้เป็นงานแฟนตาซีระดับพรีเมียมที่ผสมทั้งการผจญภัย ความสยองขวัญ และโทนรักโศกเข้าด้วยกัน
จากคำอธิบายของโปรเจกต์ เรื่องราวจะสำรวจเหตุการณ์ที่ผลักดันให้ Strahd กลายเป็นแวมไพร์ผู้เป็นหนึ่งในตัวร้ายที่โดดเด่นที่สุดของ D&D เนื้อหาจะเน้นธีมอำนาจ ความหลงใหล ความรัก และการแปรสภาพเป็นอมตะ โดยนำเสนอเขาในฐานะตัวละครที่เริ่มต้นจากภาพของแอนตี้ฮีโร่ที่น่าสงสาร ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นผู้ครอบครองอาณาจักรแห่งความตายและเงามืด
โปรเจกต์นี้เขียนโดย John August ซึ่งมีผลงานด้านบทภาพยนตร์และยังเป็นโฮสต์พอดแคสต์ Scriptnotes ขณะเดียวกันยังมี Alfonso Cuarón เข้ามาเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมกับทีมจาก Hasbro และ Esperanto Filmoj แสดงให้เห็นว่า Netflix ตั้งใจยกระดับงานชิ้นนี้ให้เป็นซีรีส์แฟนตาซีฟอร์มใหญ่ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์แฟนเซอร์วิสสำหรับแฟนเกมเท่านั้น
Strahd von Zarovich เป็นตัวละครที่ได้แรงบันดาลใจจาก Dracula โดยมีแบ็กกราวด์เป็นอดีตเจ้าชายและขุนศึก ก่อนจะทำข้อตกลงกับพลังมืดเพื่อแลกกับความเป็นอมตะ ตำนานของเขายังเกี่ยวพันกับโศกนาฏกรรมในครอบครัวและความรักที่จบลงอย่างเลวร้าย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คาแรกเตอร์นี้ยังถูกหยิบมาเล่าใหม่ได้ซ้ำในสื่อต่าง ๆ เพราะมีทั้งมิติของความหลอนและความเศร้าผสมกัน
ข่าวการสร้างซีรีส์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่แฟรนไชส์ Dungeons & Dragons กลับมาคึกคักต่อเนื่อง นอกจากงานไลฟ์แอ็กชันจาก Netflix แล้ว ยังมีเกมใหม่ในงาน gamescom และการเตรียมขยายเนื้อหา Ravenloft: The Horrors Within ในปี 2026 ผ่านโครงการ Season of Horror ของ Wizards of the Coast แสดงให้เห็นว่าบริษัทเจ้าของสิทธิ์กำลังพยายามผลักดันแบรนด์นี้ให้เติบโตในหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน
ในอีกด้านหนึ่ง แม้ภาพยนตร์ Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves จะไม่ได้ประสบความสำเร็จด้านรายได้ตามเป้า แต่ความนิยมในหมู่แฟน ๆ ภายหลังก็ช่วยรักษากระแสของแฟรนไชส์เอาไว้ ทำให้การเดินหน้าสร้างซีรีส์ของ Netflix ถูกมองว่าเป็นอีกสัญญาณว่าจักรวาล D&D ยังมีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง และอาจกลายเป็นทรัพย์สินบันเทิงสำคัญที่สตูดิโอใหญ่พร้อมลงทุนต่อเนื่อง


