Phantom Blade Zero เปิดตัวแรงบน Steam ขึ้นแท่นเกมขายดีและผู้เล่นพร้อมกันพุ่งสูง
Phantom Blade Zero เปิดตัวได้อย่างร้อนแรงบน Steam เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังวางจำหน่าย โดยขึ้นอันดับเกมขายดีจากรายได้ทันที และมีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดแตะราว 448,000 คน จนแซงเกมใหญ่อย่าง PUBG และ Dota 2 ใน…

Phantom Blade Zero เปิดตัวได้อย่างร้อนแรงบน Steam เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังวางจำหน่าย โดยขึ้นอันดับเกมขายดีจากรายได้ทันที และมีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดแตะราว 448,000 คน จนแซงเกมใหญ่อย่าง PUBG และ Dota 2 ในแง่สถิติผู้เล่นพร้อมกัน โดยตามหลังเพียง Counter-Strike 2 บนแพลตฟอร์มของ Valve เท่านั้น ทั้งนี้ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้อีก เพราะเกมยังวางจำหน่ายบน PS5 ด้วย แต่ Sony ไม่เปิดเผยจำนวนผู้เล่นต่อสาธารณะ
ความสำเร็จช่วงเปิดตัวถือว่าไม่เกินคาดนัก เพราะก่อนหน้านี้มีรายงานประเมินว่าเกมขายล่วงหน้าไปแล้วมากกว่าล้านชุดบนหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Steam, PS5 และ WeGame ของ Tencent โดยยอดพรีออเดอร์จำนวนมากมาจากจีน ไต้หวัน และฮ่องกง สะท้อนฐานแฟนเกมในตลาดเอเชียที่แข็งแรงตั้งแต่ก่อนวันเปิดจริง
เกมนี้เป็นผลงานของสตูดิโอจีน S-Game และใช้ฉากหลังแนววูเซียหรือกำลังภายใน โดยมีดอนนี่ เยน นักแสดงและศิลปินกังฟูชื่อดังร่วมมีบทบาทสำคัญในงานนำเสนอของเกม กระแสความสนใจต่อโปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ตัวอย่างแรกที่ไปปรากฏในงานของ PlayStation และสร้างแรงคาดหวังอย่างมากในหมู่ผู้เล่นทั่วโลก
Soulframe Liang ผู้อำนวยการสร้างและซีอีโอของสตูดิโอ ได้เขียนจดหมายขอบคุณแฟน ๆ ในโอกาสเปิดตัว โดยเล่าย้อนว่าจุดเริ่มต้นของผลงานนี้มาจากเกมเล็ก ๆ ที่เขาสร้างสมัยเรียน ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็น Phantom Blade Zero ในปัจจุบัน เขาระบุว่าหลังตัวอย่างแรกได้รับกระแสตอบรับดี ทีมงานตัดสินใจทุ่มทรัพยากรทั้งหมดให้กับโปรเจ็กต์นี้ และยกเลิกงานอื่นเพื่อขยายขอบเขตการพัฒนาให้ใหญ่ขึ้น
ในจดหมายดังกล่าว เขาอธิบายถึงกระบวนการผลิตที่ละเอียดและทุ่มเท ตั้งแต่การเดินทางไปสแกนหมู่บ้านในจีนแบบสามมิติ การบันทึกโมชั่นแคปเจอร์จำนวนมหาศาล ไปจนถึงการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้จากสำนักเส้าหลินและปรมาจารย์ดาบ เพื่อให้โลกและท่วงท่าการต่อสู้มีความสมจริงมากที่สุด เขายังยกย่องทีมงานรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นสูง และสะท้อนว่าความสำเร็จของเกมไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความคลั่งไคล้และความทะเยอทะยานของคนทำงานด้วย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Soulframe เล่าว่าการพัฒนาเกมเต็มไปด้วยการตัดสินใจครั้งใหญ่และการรื้อทำใหม่บ่อยครั้ง แม้จะต้องทิ้งงานจำนวนมากที่ใช้เวลาสะสมมานาน แต่ทีมก็ยอมเดินหน้าตามเป้าหมายเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด เขาจึงมองว่าความสำเร็จในวันเปิดตัวเป็นผลลัพธ์จากความพยายามยาวนานหลายปีของทั้งทีม และเป็นการปิดฉากเส้นทางจากเกมอินดี้ที่เริ่มต้นอย่างเรียบง่ายไปสู่การเป็นหนึ่งในเกมที่มาแรงที่สุดบน Steam ในทันที


