Polyarc ผู้สร้างซีรีส์ Moss ประกาศปิดกิจการหลังทำงานมากว่า 12 ปี
Polyarc Games สตูดิโอจากซีแอตเทิลที่เป็นที่รู้จักจากซีรีส์ VR แนวผจญภัยปริศนา Moss ประกาศยุติการดำเนินงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2026 หลังทำงานในวงการเกมมานานเกือบ 12 ปี โดยบริษัทระบุ…

Polyarc Games สตูดิโอจากซีแอตเทิลที่เป็นที่รู้จักจากซีรีส์ VR แนวผจญภัยปริศนา Moss ประกาศยุติการดำเนินงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2026 หลังทำงานในวงการเกมมานานเกือบ 12 ปี โดยบริษัทระบุผ่านโพสต์บน LinkedIn ว่าถึงเวลาต้องปิดฉากเส้นทางร่วมกัน และกำลังทยอยยุติการพัฒนาเกมที่ทำอยู่ พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนในทีมที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
การประกาศครั้งนี้สร้างความประหลาดใจไม่น้อย เพราะ Polyarc มีชื่อเสียงในฐานะทีมพัฒนาที่สร้างเกมได้รับคำชมอย่างกว้างขวาง โดยผลงานเดบิวต์อย่าง Moss VR ในปี 2018 ได้รับการตอบรับดีทั้งจากนักวิจารณ์และผู้เล่น ด้วยจุดเด่นด้านการเล่าเรื่องในโลกแฟนตาซีและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี VR อย่างโดดเด่น ตัวละครหลักอย่าง Quill กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของสตูดิโอ และช่วยสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ Moss ได้ชัดเจน
ต่อมา Moss: Book 2 ในปี 2022 ก็สานต่อความสำเร็จของภาคแรกได้ดี แม้ยังมีข้อจำกัดจากเทคโนโลยี PSVR รุ่นเก่า ขณะเดียวกัน Polyarc ยังขยายจักรวาลของซีรีส์ด้วย Glassbreakers: Champions of Moss ในปี 2023 ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นกลยุทธ์มากขึ้น ไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบ VR แบบเดิมทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่าสตูดิโอยังพยายามทดลองทิศทางใหม่ ๆ ภายใต้โลกของ Moss
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือการนำ Moss และภาคต่อกลับมาวางจำหน่ายในรูปแบบที่ไม่ผูกกับ VR เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ในชื่อ Moss: The Forgotten Relic ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของเกมยังมีแรงดึงดูดและศักยภาพทางการตลาดอยู่ไม่น้อย แม้สุดท้ายจะไม่เพียงพอที่จะพยุงให้สตูดิโอเดินหน้าต่อได้
ในโพสต์อำลา Polyarc ยังระบุรายชื่อทีมงาน 29 คนจากหลากหลายสาขา ตั้งแต่นักออกแบบ ศิลปิน แอนิเมเตอร์ ไปจนถึงวิศวกร พร้อมเชิญชวนผู้พัฒนารายอื่นที่กำลังมองหาคนเข้าทีมให้ติดต่อว่าจ้างบุคลากรเหล่านี้โดยตรง สะท้อนว่าการปิดสตูดิโอครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงความสูญเสียของแบรนด์ แต่ยังหมายถึงการกระจายตัวของผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเกมอีกชุดหนึ่ง
กรณีของ Polyarc ยังเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมปี 2026 ที่อุตสาหกรรมเกมเผชิญการปิดสตูดิโอและลดคนอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้มีทั้ง Bluepoint Games, Dark Outlaw Games, สตูดิโอบางส่วนของ Ubisoft, Night School ของ Netflix, Spiders และการปลดพนักงานของ Microsoft สิ่งเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันที่ยังคงมีต่อธุรกิจเกม แม้หลายค่ายจะมีผลงานได้รับคำชม แต่ความยั่งยืนทางการเงินและโครงสร้างการดำเนินงานยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งอุตสาหกรรม


