Capcom ส่งสัญญาณ Pragmata มีลุ้นได้ภาคต่อหลังยอดขายแรง
Capcom เปิดเผยว่ามีโอกาสสูงที่เกมไซไฟแอ็กชันผจญภัย Pragmata จะได้ไปต่อเป็นภาคใหม่ หลังจากผลงานขายของเกมล่าสุดแข็งแรงเกินคาด จนผู้บริหารของบริษัทออกมาให้ความเห็นในทิศทางบวกเกี่ยวกับอนาคตของแฟรนไชส์นี้…

Capcom เปิดเผยว่ามีโอกาสสูงที่เกมไซไฟแอ็กชันผจญภัย Pragmata จะได้ไปต่อเป็นภาคใหม่ หลังจากผลงานขายของเกมล่าสุดแข็งแรงเกินคาด จนผู้บริหารของบริษัทออกมาให้ความเห็นในทิศทางบวกเกี่ยวกับอนาคตของแฟรนไชส์นี้
ประเด็นดังกล่าวมาจากการพูดคุยของโยชิคาซุ ชิมาอุจิ ผู้บริหารระดับสูงของ Capcom ซึ่งระบุว่าความเป็นไปได้ของการทำภาคต่อ Pragmata นั้น “สูง” โดยคำพูดนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเกือบยืนยันอย่างไม่เป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้ Capcom USA ก็เคยส่งสัญญาณว่าบริษัทมองเห็นศักยภาพของ IP ใหม่รายนี้
แรงหนุนสำคัญคือยอดขายของ Pragmata ที่ทำได้ 2.51 ล้านชุดทั่วโลกภายในเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับเกมใหม่ที่ต้องใช้เวลาพัฒนานานถึง 6 ปี ขณะเดียวกันผู้บริหาร Capcom ยังย้ำว่าการลงทุนเวลาที่ยาวนานดังกล่าวคุ้มค่า เพราะช่วยให้บริษัทได้แฟรนไชส์ใหม่ที่มีโอกาสต่อยอดในอนาคต
นอกจาก Pragmata แล้ว Capcom ยังมีผลงานแข็งแกร่งจากซีรีส์หลักอย่าง Resident Evil และ Monster Hunter รวมถึงยอดขายจากเกมเก่าในคลังที่ช่วยหนุนกำไรอย่างมาก รายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้จนราคาหุ้นปรับขึ้นราว 19% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตเกมของค่ายในช่วงนี้
ในฝั่ง Resident Evil นั้น Resident Evil Requiem มียอดขายแล้ว 8 ล้านชุด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเมื่อมีการลดราคาและปล่อยคอนเทนต์เสริม ขณะที่ Resident Evil 4 Remake แตะ 16 ล้านชุด ส่วน Resident Evil 2 Remake กลายเป็นภาคขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของซีรีส์ด้วยยอด 19.75 ล้านชุด แซงหน้า Resident Evil 5 อย่างเป็นทางการ
ตัวเกม Pragmata เองเป็นผลงานแอ็กชันผจญภัยไซไฟมุมมองบุคคลที่สาม ที่เล่าเรื่องการเดินทางของ Hugh และ Diana หุ่นยนต์คู่หูในสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ จุดเด่นของเกมอยู่ที่การผสมการยิงต่อสู้กับระบบแฮ็กปริศนา ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับเกมใหม่ของ Capcom และเป็นฐานสำคัญที่ทำให้บริษัทเชื่อว่ามีศักยภาพพอจะขยายเป็นซีรีส์ได้


