PUBG เปิดตัวเกมแยก DED NET แนวโร้กไลต์ FPS สไตล์ยุค 90
PUBG Studios และ Krafton เปิดตัวผลงานแยกใหม่ของจักรวาล PUBG ในชื่อ PUBG: DED NET ระหว่างงาน Gamescom Opening Night Live โดยวางตัวเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบโร้กไลต์ ที่เน้นความเร็ว ความดิบ และ…

PUBG Studios และ Krafton เปิดตัวผลงานแยกใหม่ของจักรวาล PUBG ในชื่อ PUBG: DED NET ระหว่างงาน Gamescom Opening Night Live โดยวางตัวเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบโร้กไลต์ ที่เน้นความเร็ว ความดิบ และความบ้าระห่ำมากกว่าจังหวะคิดช้าแบบ PUBG ภาคหลัก เกมนี้ถูกออกแบบให้มีบรรยากาศยุค 90 อย่างชัดเจน ทั้งงานภาพ สไตล์ความรุนแรง และดนตรีประกอบที่หยิบเอากลิ่นอายกรันจ์กับฮิปฮอปมาสร้างอารมณ์ของยุคสมัย
Dave Curd ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของโปรเจกต์ อธิบายว่า “DED” ย่อมาจาก “dog eat dog” และเกมจะพาผู้เล่นเข้าสู่ประสบการณ์ที่ไม่ยั้งมือมากนัก โดยในแต่ละรอบจะเริ่มต้นแตกต่างกันและเปิดทางให้สร้างบิลด์หลากหลายได้ตามสไตล์ที่ต้องการ ผู้เล่นอาจเลือกเล่นเป็นสายบุกประชิดสายบุกยิง หรือสายกวน ๆ ที่ใช้ความสามารถแปลกประหลาดอย่างการแฮ็กตู้โทรศัพท์ การแกล้งศัตรู หรือแม้แต่การกินเนื้อแบบ “เบา ๆ” เพื่อเอาตัวรอดและพัฒนาบิลด์ของตัวเองระหว่างการเล่น
หนึ่งในจุดขายสำคัญของเกมคือระบบ “เสียเนื้อเพื่อพลัง” ซึ่งทำให้ตัวละครแลกข้อจำกัดบางอย่างกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างที่ยกมาคือการเปลี่ยนมือเป็นใบมีด ทำให้ผู้เล่นอาจไม่สามารถใช้ปืนหรือขับรถได้ตามปกติ แต่จะอันตรายมากในระยะประชิด แนวคิดนี้สะท้อนว่าทีมพัฒนาต้องการให้ DED NET มีความแปลกและสุดโต่งในเชิงเกมเพลย์ พร้อมตัวเลือกและความสามารถมากกว่า 70 แบบให้ผู้เล่นทดลองจัดชุดสกิลในแต่ละรัน
ผู้พัฒนาอธิบายด้วยว่าเหตุผลที่เกมนี้ไม่ถูกทำเป็นโหมดเสริมใน PUBG: Battlegrounds เพราะแก่นของมันต่างออกไปทั้งในด้านความเร็วและความต่อเนื่องของการเล่น แผนที่มีขนาดเล็กกว่า หนาแน่นกว่า และเน้นการปะทะที่ถี่และดุเดือดกว่าเดิม การเคลื่อนที่และพฤติกรรมผู้เล่นถูกออกแบบให้ก้าวร้าวและคล่องแคล่วมากขึ้น ขณะที่ PUBG ภาคหลักยังคงยืนอยู่บนความระมัดระวัง การอ่านเกม และการวางแผนเชิงยุทธวิธีมากกว่า
อีกประเด็นที่ทีมงานผลักดันคือบรรยากาศยุค 90 ซึ่ง Curd มองว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจเพราะอยู่กึ่งกลางระหว่างโลกอนาล็อกกับดิจิทัล ผู้เล่นจะเห็นรายละเอียดอย่างการใช้ตู้โทรศัพท์แทนสมาร์ตโฟน การสื่อสารและเทคโนโลยีที่ยังไม่เชื่อมต่อกันตลอดเวลา รวมถึงวัฒนธรรมป๊อปในยุคที่เพลงสดเริ่มถูกถ่ายทอดและรายการเรียลลิตี้กับคอนเทนต์สายปะทะเริ่มเบ่งบาน สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์เกมไม่ใช่แค่ฉากหลัง
ด้านเสียงประกอบ DED NET จะมีสถานีเพลงกรันจ์และฮิปฮอปที่คัดเพลงจากศิลปินยุค 90 มาสร้างบรรยากาศ เช่น Toadies, Nine Inch Nails, Local H, Biggie Smalls และ Ice Cube เพื่อให้โลกของเกมดูมีชีวิตและสอดคล้องกับช่วงเวลาที่อ้างอิง แม้ตอนนี้ผู้เล่นจะยังได้เห็นแค่ตัวอย่างแบบซีเนมาติก แต่ทาง Krafton เปิดให้ลงทะเบียนลุ้นเข้าทดสอบเบต้าแบบปิดในอนาคตอันใกล้ ซึ่งน่าจะเป็นก้าวแรกในการพิสูจน์ว่าเกมแยกแนวทดลองนี้จะดึงทั้งแฟน PUBG เดิมและผู้เล่นสายโร้กไลต์ได้มากแค่ไหน


