รีวิว Resident Evil ฉบับหนังใหม่: ดัดแปลงอารมณ์เกมได้ถึงใจ แต่เล่าแบบสั้นกระชับ
IGN รีวิวภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับใหม่ของผู้กำกับแซ็ค เครกเกอร์ในภาพรวมค่อนข้างเป็นบวก โดยมองว่าหนังจับ “จิตวิญญาณ” ของเกมต้นฉบับได้ดี แม้จะไม่ได้ยึดตามเนื้อเรื่องหรือรายละเอียดของเกมแบบตรงตัวก็ตาม…

IGN รีวิวภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับใหม่ของผู้กำกับแซ็ค เครกเกอร์ในภาพรวมค่อนข้างเป็นบวก โดยมองว่าหนังจับ “จิตวิญญาณ” ของเกมต้นฉบับได้ดี แม้จะไม่ได้ยึดตามเนื้อเรื่องหรือรายละเอียดของเกมแบบตรงตัวก็ตาม จุดเด่นของเวอร์ชันนี้คือความกระชับ เดินเรื่องเร็ว ความยาวเพียงราว 95 นาที และเปิดฉากด้วยบรรยากาศเอาตัวรอดที่พุ่งเข้าหาความสยองแทบจะทันที ทำให้หนังมีพลังแบบรถไฟเหาะที่ไม่ปล่อยให้คนดูได้พักนาน
ตัวเอกของเรื่องคือ ไบรอัน รับบทโดย ออสติน แอบรามส์ ซึ่งแตกต่างจากฮีโร่สายแอ็กชันแบบ Leon Kennedy หรือ Chris Redfield ที่แฟนเกมคุ้นเคย เพราะเขาเป็นคนธรรมดา ๆ ที่ถูกโยนเข้าไปในสถานการณ์สุดโหดในฐานะคนส่งของชั่วคราว บุคลิกที่ดูประหม่า ลนลาน และรับมือไม่ค่อยไหวของเขากลายเป็นเสน่ห์สำคัญของหนัง เพราะช่วยทั้งสร้างมุกตลกและขับเน้นความสยองให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น แอบรามส์ถูกชื่นชมว่าแบกหนังได้ดี แม้จะต้องเล่นบทที่ต้องพูดคนเดียวหรืออยู่บนจอเพียงลำพังเป็นช่วงยาว ๆ ก็ตาม
รีวิวชี้ว่าเครกเกอร์ทำได้ดีในการผสมความตลกร้ายกับความน่ากลัว โดยไม่ทำให้หนังดูเหมือนล้อเลียนแฟรนไชส์ Resident Evil ตรงกันข้าม เขาใช้โทนกึ่งคัมป์กึ่งสยองขวัญเพื่อทำให้เหตุการณ์คาดเดาไม่ได้ว่าแต่ละฉากจะจบด้วยเสียงหัวเราะหรือความสะดุ้ง จุดนี้ทำให้หนังมีเอกลักษณ์และสะท้อนสไตล์การเล่าเรื่องของผู้กำกับได้ชัดเจน อย่างไรก็ดี มุกเชิงเมตาที่อ้างอิงความเป็นเกมโดยตรงบางส่วนถูกมองว่าดูเก่าและไม่ค่อยคมเท่าส่วนอื่น
อีกด้านหนึ่ง หนังถูกวิจารณ์ว่าให้พื้นที่กับตัวละครสมทบน้อยมาก หลายคนมีหน้าที่เพียงเข้ามาอธิบายข้อมูลหรือผลักดันเรื่องไปข้างหน้า เช่น ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับ Umbrella Corporation ซึ่งแม้ช่วยย้ำภาพความชั่วร้ายขององค์กร แต่ก็ไม่ได้มีเวลาสร้างมิติให้คนดูจดจำมากนัก ดังนั้นความน่าดูของหนังจึงผูกกับการที่ผู้ชมอินกับการเดินทางของไบรอันเป็นหลัก หากไม่ถูกจริตกับตัวเอก ก็อาจรู้สึกว่าเรื่องรีบเกินไปและไม่เปิดโอกาสให้ตัวละครรอบข้างได้หายใจ
จุดที่รีวิวชื่นชมมากคือการออกแบบสัตว์ประหลาดและไวรัส t-Virus ที่กลายเป็นต้นกำเนิดของความกลายพันธุ์ หนังไม่ได้พึ่งแค่ซอมบี้แบบเดิม ๆ แต่เน้นสิ่งมีชีวิตประหลาดรูปแบบใหม่ที่น่าขยะแขยงและคาดเดายาก ซึ่งช่วยยกระดับความตึงเครียดในแต่ละฉากได้ดี หลายครั้งความน่ากลัวมาจากการที่ผู้ชมไม่แน่ใจว่าสิ่งตรงหน้าจะระเบิดกลายเป็นอวัยวะบิดเบี้ยวเมื่อไหร่ ทำให้ทุกมุมมืดดูมีภัยคุกคามตลอดเวลา
IGN ยังชี้ว่าหนังทำงานได้ดีในแง่การแปลง “ความรู้สึกแบบเกม” ให้กลายเป็นภาษาภาพยนตร์ เช่น จังหวะหากระสุน การเจอศัตรูแบบฉับพลัน การรีโหลดกลางสถานการณ์คับขัน หรือการหลอกให้เดินเข้าไปในความมืด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกใส่เข้ามาเพื่อเอาใจแฟนเกมแบบผิวเผิน แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มแรงกดดันในระดับฉากต่อฉาก นอกจากนี้ งานภาพของ Dariusz Wolski ยังถูกยกให้ช่วยสร้างมุมมองแบบคล้ายเกมมุมมองบุคคลที่สาม ทำให้ความระทึกขวัญยิ่งใกล้กับประสบการณ์จากเกมต้นฉบับ
โดยสรุป รีวิวมองว่า Resident Evil เวอร์ชันนี้เป็นงานดัดแปลงที่ “เข้าใจหัวใจของเกม” มากกว่าการพยายามเลียนแบบโครงเรื่องตรง ๆ จุดแข็งคือจังหวะเรื่องที่เร็ว อารมณ์สยองผสมตลกร้ายอย่างมั่นใจ งานออกแบบสัตว์ประหลาดที่น่าจดจำ และการแสดงของออสติน แอบรามส์ ส่วนข้อจำกัดคือความบางของตัวละครสมทบและการเล่าเรื่องที่พึ่งพาสูตร “ไปฉากใหม่ เจออสุรกายใหม่” ค่อนข้างมาก แต่ถ้าผู้ชมเปิดใจรับการตีความแบบสนุก ดิบ และประหลาด หนังเรื่องนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดี


