รีวิว Resonance: A Plague Tale Legacy ชี้แม้เปลี่ยนสูตร แต่ยังไม่พ้นข้อจำกัดเดิม
Resonance: A Plague Tale Legacy เป็นภาคพรีเควล/ภาคแยกของซีรีส์ A Plague Tale ที่พยายามเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจนจากเกมก่อนหน้า โดยลดบทบาทของฝูงหนูและเปลี่ยนจากการเล่นแบบลอบเร้นของตัวละครเด็ก ไปสู่การให้…

Resonance: A Plague Tale Legacy เป็นภาคพรีเควล/ภาคแยกของซีรีส์ A Plague Tale ที่พยายามเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจนจากเกมก่อนหน้า โดยลดบทบาทของฝูงหนูและเปลี่ยนจากการเล่นแบบลอบเร้นของตัวละครเด็ก ไปสู่การให้โซเฟียเป็นตัวเอกพร้อมระบบต่อสู้ประชิดตัวเต็มรูปแบบ แทนที่จะพึ่งความสยองจากหนู เกมเลือกหยิบ “ภัยโบราณ” และเรื่องเล่าของอารยธรรมที่หายสาบสูญมาเป็นแกนหลัก ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามที่น่าสนใจ แต่ผลลัพธ์โดยรวมยังไม่อาจเทียบชั้นเสน่ห์ของภาคก่อน ๆ ได้
จุดที่รีวิวมองว่าทำได้ดีคือโครงเรื่องและบรรยากาศ ช่วงต้นเกมเริ่มจากการผจญภัยค้นหาสมบัติในโทนคล้ายหนังล่าขุมทรัพย์ ก่อนจะค่อย ๆ พลิกไปสู่สถานการณ์หายนะที่ชวนอึดอัดมากขึ้น การเล่าเรื่องผ่านฉากย้อนอดีตช่วยขยายปมประวัติศาสตร์ของอารยธรรมโบราณได้ดี และหลายช่วงกลับน่าสนใจกว่าการตามหาเป้าหมายของโซเฟียเสียอีก อย่างไรก็ตาม ตัวละครหลักอย่างโซเฟียและทีมพวกพ้องใหม่ยังถูกมองว่ายังเขียนได้ไม่ลึกพอ ทำให้ความผูกพันทางอารมณ์ไม่แน่นเท่าความสัมพันธ์ของฮิวโก้กับอมิเชียในเกมหลัก
ในด้านเกมเพลย์ การเปลี่ยนจากลอบเร้นมาเป็นการต่อสู้ด้วยดาบเป็นความเสี่ยงสำคัญ แต่รีวิวเห็นว่าระบบนี้ยังค่อนข้างตื้นและวนซ้ำ แม้จะมีการปัดป้อง หลบ และโจมตีแบบเบา-หนัก รวมถึงสกิลปลดล็อกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เพิ่มความหลากหลายมากพอที่จะทำให้การปะทะในสนามแคบ ๆ น่าติดตามตลอดแคมเปญ 12 ชั่วโมง บางครั้งเกมยังใส่กลไกใหม่เข้ามาเพื่อสร้างสีสัน แล้วกลับมีอัปเกรดที่ทำให้กลไกนั้นถูกแก้ทางได้ง่ายเกินไป จนความท้าทายลดลง
สิ่งที่ยังคงเป็นจุดแข็งคือปริศนาและงานภาพ ฉากสวยงามมาก และพัซเซิลแบบใช้แสง/กระจกสะท้อนแสงยังให้ความเพลิดเพลินอยู่ แม้หลายด่านจะเป็นโจทย์ค่อนข้างตรงไปตรงมาและคล้ายเกมอื่น ๆ มากกว่าจะเป็นการต่อยอดไอเดียเดิมของซีรีส์ เมื่อเกมค่อย ๆ ยกระดับสู่ช่วงหลังที่ผู้เล่นต้องหลบหนีจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่แทนฝูงหนู ความตึงเครียดและความคิดสร้างสรรค์ในการเอาตัวรอดก็กลับมาทำงานได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน
โดยสรุป IGN มองว่า Resonance: A Plague Tale Legacy เป็นเกมที่มีแนวคิดน่าสนใจและมีบางช่วงที่ทำได้ถึง แต่โดยรวมกลับถอยหลังในหลายด้าน โดยเฉพาะระบบต่อสู้และพลังของตัวละครประกอบ แม้จะมีฉากสวย ปริศนาพอใช้ได้ และช่วงท้ายที่ชวนลุ้นมากขึ้น แต่เกมยังไม่อาจสร้าง “เวทมนตร์” แบบเดียวกับภาคก่อนหน้าได้เต็มที่


