ผู้กำกับ Silent Hill: Townfall ยอมรับว่ากดดันหนัก แต่เชื่อแฟน ๆ จะชอบสิ่งที่ทีมทำ
Jon McKellan ผู้กำกับจาก Screen Burn ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า การรับช่วงทำเกม Silent Hill: Townfall เป็นงานที่ “น่ากลัวสุด ๆ” เพราะต้องสานต่อหนึ่งในแฟรนไชส์สยองขวัญที่แฟน ๆ รักมากที่สุด เขาย้ำว่า…

Jon McKellan ผู้กำกับจาก Screen Burn ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า การรับช่วงทำเกม Silent Hill: Townfall เป็นงานที่ “น่ากลัวสุด ๆ” เพราะต้องสานต่อหนึ่งในแฟรนไชส์สยองขวัญที่แฟน ๆ รักมากที่สุด เขาย้ำว่าตัวเองเติบโตมากับซีรีส์นี้ และ Silent Hill 1 กับ 2 คือเกมที่ชื่นชอบตั้งแต่วัยรุ่น ดังนั้นการได้มีส่วนร่วมกับภาคใหม่จึงเป็นทั้งเกียรติและความกดดันในเวลาเดียวกัน โดยทีมงานก็รู้ดีว่าการปล่อยเกมออกมาหลังความสำเร็จของ Silent Hill 2 และ Silent Hill f จะถูกจับตามองอย่างมาก
บทสัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกมกำลังนับถอยหลังสู่การเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีโอกาสเห็นตัวอย่างหรือเดโมในงาน Gamescom แม้ตอนนี้ยังไม่มีพรีวิวให้ชมก็ตาม McKellan ระบุว่าทีมยังคงมั่นใจในทิศทางของเกม และเชื่อว่าผู้เล่นจะได้ประสบการณ์ที่น่าสนใจ แม้จะอยู่ภายใต้แรงคาดหวังสูงจากฐานแฟน Silent Hill ทั่วโลก
จุดเด่นของ Townfall คือการเลือกฉากหลังเป็นเมืองชายฝั่งเล็ก ๆ ในสกอตแลนด์ชื่อ St. Amelia และตั้งเรื่องราวไว้ในปี 1996 ซึ่งช่วยให้เกมมีบรรยากาศต่างไปจากภาคอื่นที่อาศัยความหลอนจากสถานที่ลึกลับหรืออดีตอันไกลโพ้น แทนที่จะยึดกับภาพจำเดิม ๆ เกมภาคนี้ดูเหมือนจะนำความสยองมาเชื่อมกับยุคที่อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้าสู่บ้านเรือนและชีวิตประจำวัน ซึ่งทีมงานมองว่าเป็นประเด็นที่สามารถสร้างความน่ากลัวได้ไม่แพ้เรื่องเหนือธรรมชาติ
McKellan อธิบายว่าทีมตั้งใจใช้ทั้ง “ความคุ้นเคย” และ “การหักความคาดหวัง” ไปพร้อมกัน กล่าวคือยังคงกลิ่นอายของ Silent Hill เอาไว้ แต่จะสร้างเส้นทางใหม่ให้ผู้เล่นประหลาดใจและเดินเรื่องไปคนละทิศทาง โดยยังรู้สึกได้ว่านี่คือซีรีส์เดิมอยู่ เขามองว่านี่คือวิธีทำให้เกมภาคใหม่มีเอกลักษณ์โดยไม่ทิ้งรากสำคัญของแฟรนไชส์
Motoi Okamoto โปรดิวเซอร์ซีรีส์ก็สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยบอกว่าแก่นหลักที่ต้องรักษาไว้คือ “เรื่องเล่าสยองขวัญเชิงจิตวิทยา” ตราบใดที่โครงเรื่องและบรรยากาศยังคงจิตวิทยาความกลัวแบบ Silent Hill เอาไว้ ทีมงานก็พร้อมทดลองกับรูปแบบการเล่นที่ต่างกันได้มากขึ้น เขาชี้ว่าตัวอย่างของการเดินเกมในซีรีส์ยุคใหม่อย่าง Silent Hill 2, Silent Hill f และ Townfall แสดงให้เห็นแล้วว่าแต่ละภาคสามารถมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสูตรเดิม
ภาพรวมของบทสัมภาษณ์สะท้อนว่าคอนโซลและเกมสยองขวัญชื่อดังอย่าง Silent Hill กำลังเข้าสู่ยุคทดลองที่ชัดเจนขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงสูงจากความคาดหวังของแฟน ๆ แต่ทีมพัฒนายังเชื่อว่าการคงหัวใจด้านเนื้อเรื่องและการสร้างความหลอนเชิงอารมณ์ไว้ จะเป็นกุญแจสำคัญให้ Townfall เดินตามรอยซีรีส์ได้โดยไม่ซ้ำเดิม


