โซนี่ญี่ปุ่นออกนโยบายรับมือการคุกคามลูกค้า หลังดราม่ายกเลิกแผ่นเกม
โซนี่ญี่ปุ่นประกาศใช้นโยบายใหม่เพื่อรับมือการคุกคามจากลูกค้า โดยระบุแนวทางชัดเจนว่าพฤติกรรมใดถือว่าเกินขอบเขตและอาจกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงาน หลังบริษัทเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักจากการตัดสินใจยุติ…

โซนี่ญี่ปุ่นประกาศใช้นโยบายใหม่เพื่อรับมือการคุกคามจากลูกค้า โดยระบุแนวทางชัดเจนว่าพฤติกรรมใดถือว่าเกินขอบเขตและอาจกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงาน หลังบริษัทเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักจากการตัดสินใจยุติการผลิตแผ่นเกมในอนาคต
นโยบายดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของโซนี่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 และย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความเห็นของลูกค้า แต่ในขณะเดียวกันก็จะไม่ยอมให้คำพูดหรือการเรียกร้องที่เกินสมควรตามบรรทัดฐานสังคมคุกคามศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของพนักงาน
บริษัทระบุพฤติกรรมตัวอย่างที่เข้าข่ายการคุกคาม เช่น การเรียกร้องซ้ำ ๆ ต่อเนื่องหรือยืดเยื้อ การขอชดเชยหรือคำขอโทษที่เกินเหตุ การใช้ถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่ ใส่ร้าย รวมถึงพฤติกรรมกดดันในลักษณะบังคับให้พนักงานต้องยอมจำนนหรือการเข้ามาที่สำนักงานและสถานที่เกี่ยวข้องโดยไม่ได้รับอนุญาต
หากพบว่ามีพฤติกรรมลักษณะนี้จริง โซนี่ระบุว่าสามารถจำกัดหรือระงับการให้บริการลูกค้าเพื่อปกป้องพนักงานได้ และในกรณีจำเป็นอาจประสานงานกับตำรวจ ทนายความ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทางกฎหมายหรือคดีอาญา
การออกนโยบายครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มในญี่ปุ่นที่หลายบริษัทเริ่มเข้มงวดขึ้นเรื่องการคุกคามจากลูกค้า หลังมีกฎหมายใหม่มีผลในเดือนตุลาคม 2025 บังคับให้นายจ้างต้องมีมาตรการป้องกันการคุกคามพนักงานจากผู้ใช้บริการ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนจากวัฒนธรรม “ลูกค้าถูกเสมอ” ไปสู่การคุ้มครองแรงงานมากขึ้น
ในกรณีของโซนี่เอง ประเด็นนี้ยิ่งถูกจับตาเพราะบริษัทกำลังถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากแผนเดินหน้าสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งการเลิกผลิตแผ่นเกมและข้อพิพาททางกฎหมายหลายคดีเกี่ยวกับการขายเกมดิจิทัล โดยผู้บริหารยังยืนยันว่านโยบายเลิกใช้แผ่นจะยังเดินหน้าต่อไปอย่างระมัดระวังแม้จะมีแรงต้านจากผู้เล่นจำนวนมาก


