Sunset Overdrive คือไฮไลต์ของยุค Xbox One ที่ยังถูกมองข้าม
บทความเชิงความเห็นของ Ryan McCaffrey จาก IGN มองย้อนกลับไปยังยุค Xbox One ในโอกาสใกล้ครบ 25 ปีของแบรนด์ Xbox โดยชี้ว่าแม้คอนโซลเจเนอเรชันนี้จะมีเกมดีอยู่บ้าง แต่ภาพรวมกลับถูกจดจำในฐานะช่วงเวลาที่ยาก…

บทความเชิงความเห็นของ Ryan McCaffrey จาก IGN มองย้อนกลับไปยังยุค Xbox One ในโอกาสใกล้ครบ 25 ปีของแบรนด์ Xbox โดยชี้ว่าแม้คอนโซลเจเนอเรชันนี้จะมีเกมดีอยู่บ้าง แต่ภาพรวมกลับถูกจดจำในฐานะช่วงเวลาที่ยากลำบากของค่าย ทั้งจากปัญหาด้านภาพลักษณ์ การสื่อสาร และการขาดเกม first-party ที่แข็งแรงพอจะพยุงเครื่องในช่วงต้นเจเนอเรชัน เขาอธิบายว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ Xbox One กลายเป็นยุคที่แฟน ๆ หลายคนอยากข้ามไปมากกว่าจะรำลึกถึง
ท่ามกลางความเงียบเหงาในคลังเกมของเครื่อง กลับมีผลงานหนึ่งที่ผู้เขียนยกให้เป็น “เพชรในตม” นั่นคือ Sunset Overdrive จาก Insomniac Games ซึ่งในมุมมองของเขา เกมนี้มีศักยภาพพอจะเป็นบล็อกบัสเตอร์ระดับเดียวกับเกมเด่น ๆ บน Xbox 360 หรือ PS4 หากออกมาในจังหวะที่เหมาะสมกว่านี้ บทความเน้นว่าตัวเกมมีทั้งสไตล์งานภาพแบบเซลเฉด บรรยากาศโลกดิสโทเปียผสมความกวนและอารมณ์ขัน รวมถึงระบบการเคลื่อนที่ด้วยรางสไลด์ที่ต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย แต่เมื่อจับจังหวะได้แล้วก็ทำให้การสำรวจเมืองสนุกอย่างมาก
ผู้เขียนยกย่องว่า Sunset Overdrive เป็นเกมโอเพนเวิลด์ที่แทบทุกภารกิจมีเสน่ห์เฉพาะตัว และเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมที่ไม่ได้พึ่งชื่อชั้นของ Rockstar แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ได้เทียบชั้นเกมใหญ่ ๆ เขายังเล่าว่าในช่วงพูดคุยเกมแห่งปี เขาผลักดันให้เกมนี้ได้การยอมรับมากกว่านี้ แม้สุดท้ายจะพลาดรางวัลสำคัญไปก็ตาม ซึ่งสะท้อนว่าตัวเกมได้รับคำชมจากสื่อและผู้เล่นบางส่วน แต่ไม่ได้รับการผลักดันในวงกว้างเท่าที่ควร
อีกประเด็นที่บทความชี้ให้เห็นคือ “จังหวะเวลา” ที่ไม่เป็นใจ แม้เกมจะพัฒนาโดยสตูดิโอฝีมือดีและออกมาแข็งแรงมาก แต่การเป็นเอ็กซ์คลูซีฟบน Xbox One ในช่วงที่แพลตฟอร์มกำลังเผชิญแรงสะเทือนและฐานผู้เล่นยังไม่มั่นคง ทำให้โอกาสทางการตลาดลดลงอย่างมาก ผู้เขียนเชื่อว่า หากเกมนี้ไปอยู่บน Xbox 360 หรือออกบน PS4 แทน มันอาจกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับแมสและเป็นเกมที่ถูกพูดถึงยาวนานกว่านี้
บทความยังแตะถึงผลกระทบทางอ้อมของ Sunset Overdrive ต่อผลงานในอนาคตของ Insomniac โดยมองว่าองค์ประกอบการเคลื่อนไหวและความลื่นไหลของเกมได้ปูทางให้กับ Marvel’s Spider-Man ซึ่งต่อมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แม้ Sunset Overdrive จะไม่เคยได้ภาคต่ออย่างที่ทีมพัฒนาเคยต้องการ และแม้จะลง PC ภายหลัง แต่ก็ไม่เคยได้โอกาสฟื้นชื่อเสียงในระดับที่หลายคนคาดหวัง
โดยสรุป McCaffrey มองว่า Sunset Overdrive คือเกมเอ็กซ์คลูซีฟที่ดีที่สุดของ Xbox One และเป็นผลงานที่ควรถูกพูดถึงมากกว่านี้ในประวัติศาสตร์เกมคอนโซลยุคใหม่ บทความจึงไม่ได้เป็นเพียงการชื่นชมเกมหนึ่งเกม แต่ยังเป็นการสะท้อนว่าในช่วงเวลาที่แบรนด์ Xbox กำลังสะดุด บางครั้งเกมชั้นเยี่ยมก็อาจถูกกลบเสียงเพียงเพราะออกผิดยุคผิดจังหวะ


