Zach Cregger เผย Resident Evil เคยมีตอนจบอีกแบบ ก่อนต้องปรับใหม่เพื่อเพิ่มน้ำหนักดราม่า
Zach Cregger ผู้กำกับภาพยนตร์ Resident Evil เปิดเผยว่า ตอนจบของหนังเวอร์ชันที่ผู้ชมได้ดูกันนั้นไม่ใช่แบบแรกที่เขาวางไว้ แต่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างช่วงท้ายใหม่หลังจากเห็นว่าตอนจบเดิมทำให้เรื่องเสีย…

Zach Cregger ผู้กำกับภาพยนตร์ Resident Evil เปิดเผยว่า ตอนจบของหนังเวอร์ชันที่ผู้ชมได้ดูกันนั้นไม่ใช่แบบแรกที่เขาวางไว้ แต่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างช่วงท้ายใหม่หลังจากเห็นว่าตอนจบเดิมทำให้เรื่องเสียแรงขับทางอารมณ์เกินไป โดยเฉพาะการทำให้เป้าหมายของตัวละครหลักอย่าง Brian ที่รับบทโดย Austin Abrams จางหายเร็วเกินไป
ในเวอร์ชันต้นฉบับ บทสรุปเดิมจะให้เหตุการณ์กับขวดยารักษาเดินไปถึงจุดที่มันแตกหรือถูกทำลายเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้ช่วงท้ายเหลือเพียงการไล่ฆ่าของ Brian ใส่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บ Umbrella แบบตรงไปตรงมา ซึ่ง Cregger ยอมรับว่าหลังจากดูโครงเรื่องแล้ว เขาและทีมพบว่ามันทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า “ทุกอย่างจบแล้ว” และแรงลุ้นหายไป
เพื่อแก้ปัญหานี้ เขาเลือกถ่ายฉากสำรองไว้ตั้งแต่แรก เช่น ช็อตที่ตัวละครบางคนเก็บเข็มฉีดยาไว้ และฉากที่ Brian พยายามไปแทงหรือนำวัคซีนไปใช้ในช่วงสำคัญของเรื่อง แม้ในตอนแรกจะเป็นเพียงแผนเผื่อไว้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นองค์ประกอบที่ถูกนำมาใช้จริง ทำให้โครงสร้างตอนจบใหม่ยืดความสำคัญของ “ยารักษา” ออกไปอีกหลายฉาก และคงแรงผลักดันว่า Brian ยังมีโอกาสช่วยชีวิตตัวเองได้
Cregger อธิบายว่าการรักษาเป้าหมายของตัวละครไว้ได้นานขึ้นช่วยให้ตอนจบมีน้ำหนักกว่าเดิม เพราะผู้ชมยังต้องลุ้นว่าเขาจะหาทางใช้ยารักษาได้หรือไม่ แทนที่จะกลายเป็นฉากฆ่าล้างอย่างเดียว ซึ่งแม้จะเข้ากับความโหดแบบหนังสยองขวัญ แต่ไม่ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมในแบบที่ผู้กำกับต้องการ
ผู้กำกับยังยืนยันด้วยว่า จะไม่มีเวอร์ชันตัดต่อพิเศษแบบ “Cregger Cut” ออกมาในอนาคต และฉากจบที่ผู้ชมเห็นในโรงคือเวอร์ชันที่เขาเชื่อว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว ขณะเดียวกันกระแสตอบรับต่อ Resident Evil ก็ออกมาดี ทั้งจากนักวิจารณ์และผู้ชม รวมถึงผลตอบรับด้านรายได้ที่แข็งแรงอย่างมาก
ภาพรวมของข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า การตัดสินใจเล็ก ๆ ในงานกำกับ เช่น การถ่ายฉากสำรองหรือเก็บรายละเอียดบางอย่างไว้ก่อน สามารถเปลี่ยนคุณภาพของตอนจบได้อย่างมีนัยสำคัญ และในกรณีของ Resident Evil การปรับจังหวะช่วงท้ายก็ช่วยให้หนังมีความลุ้นระทึกและเข้าถึงอารมณ์ผู้ชมได้มากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการตอบรับดีเกินคาด


