The Blood of Dawnwalker ใช้งบพัฒนาเพียง 40 ล้านดอลลาร์ แต่กระแสตอบรับแรง
รายงานใหม่จาก Bloomberg เผยข้อมูลเบื้องหลังของ Rebel Wolves สตูดิโอในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ที่ทำเกมแอ็กชัน RPG เรื่อง The Blood of Dawnwalker โดยระบุว่าตัวเกมใช้งบพัฒนาราว 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง…

รายงานใหม่จาก Bloomberg เผยข้อมูลเบื้องหลังของ Rebel Wolves สตูดิโอในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ที่ทำเกมแอ็กชัน RPG เรื่อง The Blood of Dawnwalker โดยระบุว่าตัวเกมใช้งบพัฒนาราว 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ “AA” มากกว่าจะเป็นโปรเจกต์ AAA ที่มักใช้งบสูงกว่านี้มาก
เกมนี้เริ่มต้นจากทีมขนาดเล็กในปี 2022 ภายใต้การนำของ Konrad Tomaszkiewicz อดีตผู้มีบทบาทสำคัญกับ The Witcher 3: Wild Hunt และ Cyberpunk 2077 ช่วงแรกเขาลงทุนทำโปรเจกต์ด้วยเงินของตัวเองเพื่อสร้างต้นแบบและหาพาร์ตเนอร์ ก่อนที่ NetEase จะเข้ามาหนุนเงินทุนและซื้อหุ้น 26% ของสตูดิโอ ภายหลัง Bandai Namco รับหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่าย
แม้งบไม่สูงเท่าบิ๊กโปรดักชัน แต่ผลลัพธ์ของเกมกลับออกมาน่าพอใจอย่างมาก The Blood of Dawnwalker ได้รับคะแนนรีวิวในระดับ “Generally Favorable” จากทั้งนักวิจารณ์และผู้เล่นบน Metacritic และ IGN ยังให้คะแนน 9/10 พร้อมยกย่องว่าเป็นเกมโอเพนเวิลด์ RPG ที่มีไอเดียน่าสนใจและตัวละครเขียนได้ดี
ด้านยอดขายและการตอบรับหลังวางจำหน่ายก็ถือว่าน่าจับตา Rebel Wolves บอกกับ Bloomberg ว่าบริษัทพอใจอย่างมากกับผลงานที่เห็นในช่วงแรก โดยเกมมียอดขายมากกว่า 1 ล้านชุดภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว ขณะเดียวกันข้อมูลจาก SteamDB ชี้ว่าฐานผู้เล่นยังทรงตัวดี โดยยอดผู้เล่นพร้อมกันตลอด 24 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ราว 24,495 คน หลังจากเคยพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 78,188 คนในช่วงเปิดตัว
อีกประเด็นที่ Bloomberg ชี้ให้เห็นคือการเติบโตของสตูดิโอ จากเดิมที่ Tomaszkiewicz พยายามคุมขนาดทีมไม่ให้ใหญ่เกินไป แต่เมื่อความทะเยอทะยานของโปรเจกต์เพิ่มขึ้น ทีมงานก็ขยายตามไปด้วย จากราว 90 คนในปี 2024 มาเป็นประมาณ 160 คนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าไม่ต้องการขยายเกินความจำเป็น เพราะอยากรักษาบรรยากาศการทำงานแบบที่ยังพูดคุยกับทุกคนได้ และยังรู้สึกเหมือนเป็น “คนทำเกม” มากกว่าจะเป็นผู้จัดการ
สำหรับอนาคต Rebel Wolves กำลังเดินหน้าพัฒนาเกมภาคต่อและโปรเจกต์อื่น ๆ เพิ่มเติม โดยยังมีคอนเทนต์เสริมสำหรับ The Blood of Dawnwalker ตามมา เช่น โหมด New Game Plus ที่เพิ่งได้รับการยืนยัน ข่าวนี้สะท้อนว่าโปรเจกต์ที่คุมงบและขนาดทีมได้เหมาะสมอาจสร้างผลงานเชิงพาณิชย์และคำวิจารณ์ที่แข็งแรงได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งงบระดับมหาศาลแบบเกมฟอร์มยักษ์เสมอไป


