The Expanse: Osiris Reborn โชว์งาน RPG ยิงมุมมองบุคคลที่สามที่ได้กลิ่นอาย Mass Effect
ผู้เขียน PC Gamer ได้ลองเล่น The Expanse: Osiris Reborn เป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในงาน Gamescom และสรุปว่าตัวเกมสร้างความประทับใจได้มาก แม้จะยังอยู่ในช่วงพรีวิวก็ตาม จุดเด่นที่เห็นชัดคือการย้ายจากสตู…

ผู้เขียน PC Gamer ได้ลองเล่น The Expanse: Osiris Reborn เป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในงาน Gamescom และสรุปว่าตัวเกมสร้างความประทับใจได้มาก แม้จะยังอยู่ในช่วงพรีวิวก็ตาม จุดเด่นที่เห็นชัดคือการย้ายจากสตูดิโอที่คุ้นกับ CRPG แบบมุมมองไอโซเมตริกอย่าง Owlcat Games มาสู่เกมแอ็กชัน RPG มุมมองบุคคลที่สามที่เน้นการยิง การใช้ที่กำบัง และการสั่งการทีม ซึ่งทำให้นึกถึง Mass Effect อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่บทความมองว่าผลงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเลียนแบบ หากกำลังพยายามต่อยอดสูตรเดิมให้ทันสมัยและตอบสนองได้ดีกว่า
แกนหลักของระบบต่อสู้คือการเล่นเป็นทีม 3 คน โดยผู้เล่นสามารถสั่งให้เพื่อนร่วมทีมใช้ความสามารถเฉพาะทางทำลายสภาพแวดล้อมหรือโจมตีศัตรูในจุดที่ถูกไฮไลต์ไว้ เช่น ระเบิดกำบัง ยิงถล่มสะพานหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ หรือช็อตกระแสไฟฟ้าจากสายไฟใต้พื้นเพื่อกำจัดศัตรูเป็นวงกว้าง ผู้เขียนยังประทับใจกับคลาสวิศวกรที่สามารถวางป้อมและโดรน รวมถึงโดรนรุ่นใหม่ที่ช่วยสตั๊นศัตรูได้ ทำให้การรับมือศัตรูที่อึดและโจมตีหนักมีความหลากหลายมากขึ้น และรู้สึกว่าระบบยิงของเกมให้ความรู้สึกตอบสนองดีตั้งแต่แรกเริ่ม
อีกส่วนที่โดดเด่นคือการออกแบบภารกิจและการมีส่วนร่วมของลูกทีม เกมไม่ได้พาผู้เล่นบุกยิงอย่างเดียว แต่เปิดทางให้สอดแนม แทรกซึม และใช้การปลอมตัวเข้าไปในสถานที่ของ Protogen บริษัทศัตรู โดยมีตัวเลือกสนทนา การใช้ทักษะ และการประสานงานกับสมาชิกทีมเพื่อหาทางผ่านอุปสรรค ผู้เขียนชี้ว่าหลายสถานการณ์ให้ความรู้สึกเหมือน “ภารกิจโจรกรรม” แบบใน Mass Effect 2 และชอบเป็นพิเศษที่เกมให้ตัวละครที่ไม่ได้อยู่ในภารกิจมีบทบาทผ่านการช่วยหาข้อมูล ทำเอกสารปลอม เสนอคำแนะนำ หรือแทรกบทสนทนาเข้ามา ทำให้ทีมดูมีชีวิตและมีอำนาจตัดสินใจมากกว่าเกม RPG ทั่วไป
บทความยังเปรียบเทียบว่าจุดนี้คือสิ่งที่ Mass Effect ทำได้ไม่เต็มที่นักในแง่การให้ลูกทีมที่อยู่บนยานมีบทบาทเชิงระบบ ขณะที่ The Expanse พยายามทำให้สมาชิกทุกคนในทีมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา แม้ไม่ได้ยืนอยู่ข้างผู้เล่นตลอดเวลา ผู้เขียนมองว่านี่อาจเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ทำให้แฟน Mass Effect ถูกใจ เพราะมันทำให้การสร้างทีมรู้สึกเป็นการร่วมมือกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่มี NPC ไว้เดินตามไปยิงด้วยกัน
นอกเหนือจากฉากแอ็กชัน เกมยังมีช่วงสำรวจและบรรยากาศที่หลากหลาย ตั้งแต่การแฝงตัวในสถานประกอบการของ Protogen ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดโลกนิยายวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการลอบผ่านซากอาณานิคมเก่าแก่บน Ganymede ที่ให้กลิ่นอายสยองขวัญและความรกร้าง ผู้เขียนย้ำว่าผู้ที่เคยอ่านนิยายหรือดูซีรีส์ The Expanse จะจับจุดอ้างอิงและอีสเตอร์เอ้กได้มากเป็นพิเศษ แต่คนที่ไม่คุ้นเคยก็ยังเข้าถึงได้ในฐานะงานสร้างโลกที่แน่นและมีบรรยากาศชัดเจน
โดยรวมแล้ว พรีวิวนี้สะท้อนว่า The Expanse: Osiris Reborn กำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่น่าสนใจมากสำหรับเกม RPG แนวไซไฟระดับ AAA หรือกึ่ง AAA เพราะมันรวมทั้งฉากต่อสู้ที่ดูแข็งแรง การวางทีมที่มีความหมาย และงานเล่าเรื่องเชิงภารกิจที่มีมิติ ผู้เขียนถึงกับเสียดายเมื่อเดโมจบลงแบบทิ้งท้ายก่อนภารกิจใหญ่ และระบุว่าตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2027 ซึ่งยังต้องรอดูว่า Owlcat จะรักษามาตรฐานที่เห็นในเดโมนี้ได้ตลอดทั้งเกมหรือไม่


