บรูซ สไตรลีย์ขอโทษทีม God of War หลังวิจารณ์เกม แต่ย้ำปัญหาเกม AAA ติดหล่มเพราะผู้นำอุตสาหกรรม
บรูซ สไตรลีย์ อดีตผู้กำกับ The Last of Us ออกมาขอโทษทีมงาน God of War: Laufey หลังคำพูดของเขาในบทสัมภาษณ์นิตยสาร Edge ถูกนำไปขยายผลในเชิงดราม่า เขาอธิบายว่าต้องการยกเกมนี้เป็นตัวอย่างเพื่อพูดถึงปัญหา…

บรูซ สไตรลีย์ อดีตผู้กำกับ The Last of Us ออกมาขอโทษทีมงาน God of War: Laufey หลังคำพูดของเขาในบทสัมภาษณ์นิตยสาร Edge ถูกนำไปขยายผลในเชิงดราม่า เขาอธิบายว่าต้องการยกเกมนี้เป็นตัวอย่างเพื่อพูดถึงปัญหาใหญ่ในวงการเกมฟอร์มยักษ์ ไม่ได้ตั้งใจโจมตีตัวเกมหรือทีมพัฒนาโดยตรง แต่ยอมรับว่าการเอ่ยชื่อเกมทำให้เกิดกระแสโจมตีที่ไม่จำเป็นต่อผู้พัฒนา
ในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว สไตรลีย์ชื่นชมงานภาพและรายละเอียดของเกมระดับ AAA ว่ามีความประณีตมาก แต่ในมุมมองของเขา เกมจำนวนมากยังไม่สามารถจุดความตื่นเต้นด้าน “ไอเดียใหม่” ได้เท่าที่ควร เขามองว่านี่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม มากกว่าจะเป็นข้อบกพร่องของเกมใดเกมหนึ่ง
หลังจากขอโทษ เขายังเดินหน้าขยายความผ่านโพสต์บน X โดยระบุว่าอุตสาหกรรมกำลังหมกมุ่นกับการสร้างเกมบริการและพยายามไล่ตามความสำเร็จแบบ Overwatch, Fortnite หรือ Roblox ซึ่งเขาเห็นว่าไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืนสำหรับทุกค่าย และแสดงให้เห็นว่าผู้นำจำนวนหนึ่งอาจไม่เข้าใจจุดแข็งของแบรนด์ตัวเองดีพอ
สไตรลีย์ชี้ว่าปัญหาหลักอยู่ที่ความเป็นผู้นำ การกำหนดทิศทาง และความมั่นใจในการตัดสินใจของผู้บริหารที่ถืออำนาจด้านงบประมาณ เพราะเงินคือสิ่งที่สร้างความมั่นคงให้โครงการเกม หากผู้บริหารเข้าใจแบรนด์และเปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างได้คุยกันอย่างตรงไปตรงมา เขาเชื่อว่าวงการจะมีโอกาสพัฒนาและทดลองสิ่งใหม่ได้มากขึ้น
ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังสไตรลีย์ห่างจากวงการ AAA มาตั้งแต่ปี 2017 ก่อนจะก่อตั้ง Wildflower Interactive ในปี 2021 และหันไปทำงานกับเกมอินดี้แนวผจญภัยเล่นคนเดียวชื่อ Coven of the Chicken Foot จึงสะท้อนมุมมองของคนทำเกมที่เคยอยู่ในระบบบล็อกบัสเตอร์มาก่อน และตอนนี้เลือกทำงานในพื้นที่ที่มีอิสระด้านความสร้างสรรค์มากกว่า
โดยรวม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่กรณีขอโทษจากการเอ่ยชื่อเกมดังผิดจังหวะ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนความตึงเครียดในอุตสาหกรรมเกม AAA ระหว่างงานโปรดักชันระดับสูงกับแรงกดดันด้านผลตอบแทนและกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งอาจทำให้พื้นที่สำหรับความเสี่ยงและนวัตกรรมลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ


