รีวิว The Sinking City 2: หลอนแบบ Lovecraft ที่ได้กลิ่น Resident Evil ชัดเจน
The Sinking City 2 ของ Frogwares ถูกมองว่าเป็นผลงานที่หยิบสูตรซอร์ไววัลฮอร์เรอร์ยุคใหม่ของ Resident Evil มาใช้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอารมณ์และโครงสร้างการเล่นที่ชวนให้นึกถึง Resident Evil 2 ฉบับรีเมก แต่…

The Sinking City 2 ของ Frogwares ถูกมองว่าเป็นผลงานที่หยิบสูตรซอร์ไววัลฮอร์เรอร์ยุคใหม่ของ Resident Evil มาใช้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอารมณ์และโครงสร้างการเล่นที่ชวนให้นึกถึง Resident Evil 2 ฉบับรีเมก แต่สิ่งที่ทำให้เกมมีเอกลักษณ์คือบรรยากาศแบบ Lovecraft ที่ย้ายฉากไปอยู่ในเมือง Arkham รัฐแมสซาชูเซตส์ช่วงปี 1929 พร้อมสภาพเมืองที่ถูกน้ำท่วมและกำลังจะล่มสลาย ซึ่งช่วยสร้างตัวตนของเกมได้มากกว่าระบบการเล่นที่เป็นการคารวะ Capcom อย่างไม่ปิดบัง
เรื่องราวติดตาม Calvin Rafferty นักลัทธิไสยเวทที่ตื่นขึ้นมาพร้อมเหตุการณ์น้ำท่วมระดับหายนะ และต้องตามหาความจริงเกี่ยวกับภารกิจใน Dreamlands ที่ทำให้ Faye คู่ชีวิตของเขาตกอยู่ในสภาพโคม่า เกมใช้แรงขับทางอารมณ์จากความสัมพันธ์นี้ได้ดีในช่วงต้น และค่อย ๆ เปิดเผยปริศนาเกี่ยวกับตัวละครและแรงจูงใจต่าง ๆ โดยยังคงเล่าได้ค่อนข้างเข้าใจง่ายแม้จะพัวพันกับจักรวาล Cthulhu ที่ซับซ้อน ขณะเดียวกันก็มีการใส่ตัวละครและการอ้างอิงจากตำนานของ Lovecraft ไว้มากพอให้แฟนเดนตายยิ้มออก
จุดเด่นที่สุดของเกมคือบรรยากาศของ Arkham ที่ถูกออกแบบอย่างชุ่มชื้น เสื่อมโทรม และแน่นไปด้วยรายละเอียด ทั้งฉากโรงแรม โรงพยาบาล และสถานที่ต่าง ๆ ที่ให้ความรู้สึกทั้งมีชีวิตและถูกภัยพิบัติซัดจนพังทลาย งานเสียงและพื้นผิวภาพช่วยดึงผู้เล่นให้รู้สึกอึดอัดและหลอนตลอดเวลา แม้งานคัตซีนและอนิเมชันใบหน้าจะไม่สม่ำเสมอเท่ากับองค์ประกอบอื่น แต่การพากย์เสียงทำได้ดีพอจะประคองคุณภาพโดยรวม
โครงสร้างแต่ละบทพาผู้เล่นไปยังพื้นที่ใหม่ที่ให้โทนต่างกัน ตั้งแต่ถนนเมืองที่ถูกน้ำท่วม การล่องเรือสำรวจซากปรักหักพัง ไปจนถึงโรงแรมผีสิง โรงพยาบาลร้างที่มีศัตรูประเภท “ผู้ไล่ล่า” แบบหนีไม่พ้น และตลาดปลา Arkham Fish Market ที่เดินเรื่องไปสู่ความสยองแบบเลวร้ายตามสไตล์ Lovecraft การไล่ระดับฉากและสถานการณ์เหล่านี้ช่วยให้เกมไม่จำเจ แม้ภาพรวมยังคงยึดอยู่กับสไตล์เดียวกันตลอด
ในด้านระบบ เกมแทบจะถอดแบบ Resident Evil สมัยใหม่มาอย่างตรงไปตรงมา ทั้งการยิงมุมไหล่ การจัดการกระสุนที่มีจำกัด การคราฟต์ไอเท็มรักษา การสำรวจตู้เก็บของ และปริศนาที่ต้องหาไอเท็มเฉพาะมาใส่ประตูเพื่อเปิดทาง การต่อสู้ระยะประชิดไม่ค่อยคุ้มค่า ทำให้ผู้เล่นต้องเลือกระหว่างประหยัดกระสุนหรือเสียเลือดแทน อย่างไรก็ตาม เกมยังคงบาลานซ์ตัวเอกให้ไม่ถึงกับเปราะบางเกินไป และสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้พอสมควร
ส่วนที่พยายามสร้างความต่างคือระบบรูนและสกิลพิเศษที่ปลดล็อกได้ในรอบเล่นซ้ำ เช่น โบนัสพลังโจมตีเมื่อปิดไฟฉาย และระบบกระดานเชื่อมเบาะแสด้วยเส้นสีแดงที่ให้ผู้เล่นจับคู่ข้อมูลจากโน้ตและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อรับแต้มความก้าวหน้า เกมเปิดให้ปรับความยากของปริศนาแยกจากความยากการต่อสู้ได้ แต่ในสายตาของผู้รีวิว ความยากที่เพิ่มขึ้นยังไม่ท้าทายมากพอ และอยากให้เกมบีบให้ใช้ทักษะสืบสวนหนักกว่านี้ ขณะที่บอสไฟต์บางช่วงมีการสุ่มไอเท็มเกิดใหม่ไม่จำกัดเพื่อกันผู้เล่นติดค้าง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ก็ลดทอนความตึงเครียดลงไปบ้าง
โดยรวม IGN มองว่า The Sinking City 2 เป็นเกมที่สนุกในฐานะ “ลูกผสม” ระหว่าง Lovecraft กับ Resident Evil และแม้จะพึ่งพาแรงบันดาลใจจาก Capcom อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีคุณค่าในตัวเองจากโลกที่มีเสน่ห์ บรรยากาศหนักแน่น และระบบการเล่นบางส่วนที่ชวนเล่นซ้ำ อย่างไรก็ตาม เกมยังมีจุดอ่อนในงานบอสไฟต์ ปริศนาที่ไม่ยากพอ และการขาดระบบสติสัมปชัญญะที่ดูจะเข้ากับธีมคอสมิกฮอร์เรอร์มากกว่า ทำให้ภาพรวมออกมาดีในฐานะเกมสยองขวัญสมัยใหม่ที่ได้อิทธิพลสูง มากกว่าจะเป็นงานที่พลิกสูตรเดิมแบบสุดทาง


