MIT ชี้สหรัฐทุ่มงบเฝ้าชายแดนด้วย AI แต่ยังปล่อยให้ผู้อพยพตายต่อหน้าเครือข่ายเฝ้าระวัง
รายงานสืบสวนของ MIT Technology Review ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของระบบเฝ้าระวังชายแดนสหรัฐฯ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งเสาเฝ้าระวัง กล้อง AI โดรน เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ตรวจจับอื่น ๆ ซึ่งรัฐบาลอ้างว่าสามารถ…

รายงานสืบสวนของ MIT Technology Review ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของระบบเฝ้าระวังชายแดนสหรัฐฯ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งเสาเฝ้าระวัง กล้อง AI โดรน เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ตรวจจับอื่น ๆ ซึ่งรัฐบาลอ้างว่าสามารถช่วยระบุตำแหน่งผู้ลักลอบข้ามแดนได้รวดเร็วขึ้น และส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา แต่จากการตรวจสอบข้อมูลการพบศพเกือบ 4,000 จุดเทียบกับตำแหน่งหอเฝ้าราว 600 แห่ง พบว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,050 คนภายในระยะที่ครอบคลุมของเสาเฝ้าระวังตั้งแต่ปี 2015 ถึงต้นปี 2026
กรณีของโฮเซ่ โมราเลส เบร์นัล เป็นตัวอย่างสำคัญ เขาเสียชีวิตในทะเลทรายทางตอนใต้ของนิวเม็กซิโก ห่างจากหอเฝ้าระวังของ Anduril เพียงราว 360 ฟุต ทั้งที่บริเวณนั้นมีเสากล้องตั้งอยู่ถึง 3 ต้น และระบบควรแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าได้ แต่แทนที่จะถูกพบโดย Border Patrol เขากลับถูกคนงานหลุมฝังกลบพบในสภาพหมดสติและเสียชีวิตจากภาวะสัมผัสสภาพแวดล้อมรุนแรงในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าแม้อยู่ในพื้นที่ที่ควรมีการเฝ้าติดตามหนาแน่น คนที่ข้ามแดนก็ยังอาจเสียชีวิตโดยไม่มีการช่วยเหลือทันเวลา
บทความระบุว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่หอรุ่นเก่าหรือพื้นที่อับสัญญาณ แต่เกิดขึ้นกับระบบสมัยใหม่อย่างหอเฝ้าระวังอัตโนมัติของ Anduril ด้วย โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยกว่า 110 คนในระยะที่หออัจฉริยะเหล่านี้ควรตรวจจับได้ตั้งแต่ปี 2021 การวิเคราะห์เชิงภูมิประเทศยังพบว่าเสาบางแห่งเห็นพื้นที่จริงได้เพียงประมาณ 10% ของระยะที่โฆษณาไว้ ขณะที่หลายกรณีไม่ได้เกิดใน “จุดบอด” ของพื้นที่เลย แต่เป็นพื้นที่ที่ระบบควรเห็นได้ชัดเจน
MIT Technology Review ยังอ้างคำให้สัมภาษณ์จากผู้เกี่ยวข้องกว่า 45 คน รวมถึงอดีตและเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ตรวจชันสูตรศพ นายอำเภอ อาสาสมัครด้านมนุษยธรรม และพนักงานบริษัทเทคโนโลยี เพื่อชี้ว่าความล้มเหลวมีสองชั้น คือระบบตรวจจับไม่เห็นคนข้ามแดน และเมื่อเห็นแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้แนวคิดเรื่อง ‘virtual wall’ ที่อาศัยเทคโนโลยีเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการเฝ้าระวัง อาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศ การจัดกำลัง และการช่วยชีวิตได้จริง
บริษัท Anduril โต้แย้งว่าหลังส่งมอบอุปกรณ์แล้ว การใช้งานเป็นความรับผิดชอบของ CBP และระบุว่าระยะตรวจจับจริงขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ สิ่งกีดขวาง และขอบเขตที่ CBP กำหนด รวมถึงมีการตั้งค่าพื้นที่มองเห็นเพื่อเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวด้วย อย่างไรก็ตาม รายงานย้ำว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่าเทคโนโลยีพลาดจุดใดจุดหนึ่งหรือไม่ แต่คือเมื่อมีคนตายในพื้นที่ที่อยู่ในสายตาระบบเฝ้าระวังของรัฐ ความล้มเหลวเช่นนี้สะท้อนต้นทุนด้านมนุษยธรรมของการพึ่งเทคโนโลยีชายแดนอย่างหนักในช่วงที่งบประมาณด้านนี้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

