TOEM 2 สานต่อเกมถ่ายภาพไขปริศนาสุดละมุน แม้ไม่สดใหม่เท่าภาคแรก
TOEM 2 คือภาคต่อของ TOEM: A Photo Adventure จากสตูดิโอ Something We Made ที่ยังคงแกนหลักเดิมไว้อย่างชัดเจน ผู้เล่นรับบทเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ เดินทางข้ามเมืองต่าง ๆ เพื่อไปให้ถึงงานมหัศจรรย์ที่เรียก…

TOEM 2 คือภาคต่อของ TOEM: A Photo Adventure จากสตูดิโอ Something We Made ที่ยังคงแกนหลักเดิมไว้อย่างชัดเจน ผู้เล่นรับบทเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ เดินทางข้ามเมืองต่าง ๆ เพื่อไปให้ถึงงานมหัศจรรย์ที่เรียกว่า toem โดยต้องสะสมตั๋วรถบัสจากการช่วยเหลือชาวเมือง และวิธีช่วยเหลือนั้นส่วนใหญ่ก็คือการใช้กล้องถ่ายภาพเพื่อแก้ปัญหาและทำภารกิจให้สำเร็จ เกมยังคงนำเสนอโลกแบบไอโซเมตริกขาวดำที่แบ่งเป็นฉากเมืองเล็ก ๆ ต่อเนื่องกัน พร้อมตัวละครสไตล์วาดมือที่ตัดกับฉากหลังสามมิติได้อย่างมีเสน่ห์
หัวใจของเกมยังเป็นการใช้กล้องเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม ซึ่งทำให้ปริศนาหลายอย่างออกแบบได้อย่างฉลาดและเล่นสนุก เช่น ภารกิจที่ต้องถ่ายแพะสามตัวในตำแหน่งเฉพาะเพื่อช่วยโทรลล์ใต้สะพาน หรือการตามหาของแปลก ๆ อย่างโนมซ่อนตัว เห็ดมีพิษ หรือสิ่งมีชีวิตจิ๋วอื่น ๆ ในแต่ละฉาก ปริศนาไม่ได้เป็นเพียงการหาไอเท็มจากภาพนิ่ง แต่ผูกกับโลกที่มีชีวิต มีเหตุการณ์เคลื่อนไหว และให้ผู้เล่นสังเกตความผิดปกติจากมุมมองของกล้อง
อีกจุดที่ช่วยเพิ่มสีสันคือแต่ละเมืองมี “ลูกเล่น” ที่ต่างกันซึ่งโยงกับอุปกรณ์ของกล้อง เช่น เมือง Cropten ที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์จนต้องใช้กรรไกรติดกล้องตัดทางเดิน หรือเมืองอื่น ๆ ที่มีเครื่องมือเฉพาะและเรื่องราวย่อยของตัวเอง ตัวละครชาวเมืองยังถูกใช้เป็นทั้งผู้สอนระบบและเพื่อนร่วมทาง ทำให้การสำรวจแต่ละพื้นที่มีโทนอบอุ่นและน่ารักอย่างต่อเนื่อง
IGN มองว่า TOEM 2 เล่นได้ลื่นและระยะเวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงทำให้ประสบการณ์ไม่ยืดเยื้อ จุดแข็งคือบรรยากาศที่น่าค้นหาและโลกที่ชวนให้ใช้เวลาสังเกตทุกซอกมุม ผู้เล่นมักเจอเหตุการณ์แปลกตาหรือขำขันระหว่างทาง และเกมก็ออกแบบมาให้รางวัลกับความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าการเร่งไปให้ถึงตอนจบ
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญของเกมคือความสดใหม่ไม่ได้ก้าวไปไกลจากภาคแรกมากนัก ผู้วิจารณ์ระบุว่าเพราะ TOEM ต้นฉบับทำได้โดดเด่นอยู่แล้ว การเพิ่มความสามารถของกล้องและเครื่องมือใหม่ ๆ ในภาค 2 จึงยังไม่ถึงกับยกระดับประสบการณ์โดยรวมไปอีกขั้น นอกจากนี้งานภาพของภาคนี้แม้ยังสวยและประณีต แต่ใช้โมเดลคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ความรู้สึกดิบและใกล้มือแบบงานวาดในภาคแรกเบาลงไปบ้าง
อีกประเด็นคือเกมลดความท้าทายลงพอสมควร ทั้งจากระบบช่วยล็อกโฟกัสกล้องและการนำทางที่ค่อนข้างประคองผู้เล่นตลอดทาง ทำให้ปริศนาบางส่วนขาดแรงต้านที่เคยช่วยกระตุ้นความอยากลองผิดลองถูกในภาคแรก แม้จะทำให้เล่นง่ายและสะดวกขึ้น แต่ก็อาจลดเสน่ห์ของการค้นพบด้วยตัวเองไปเล็กน้อย
โดยรวมแล้ว IGN สรุปว่า TOEM 2 อาจไม่ได้เหนือกว่าภาคแรกอย่างชัดเจน และตอนจบก็ไม่ได้สร้างความประทับใจแบบเปลี่ยนมุมมองต่อทั้งเรื่อง แต่เกมยังคงเป็นผลงานอินดี้ที่อบอุ่น ฉลาด และน่าเล่นจากเสน่ห์ของการสำรวจระหว่างทาง มากกว่าการมุ่งไปที่บทสรุปสุดท้าย เหมาะกับคนที่ชอบเกมไขปริศนาช้า ๆ บรรยากาศดี และชื่นชมความสนุกจากการมองโลกผ่านเลนส์กล้อง


