อดีตทีม Naughty Dog เผย Uncharted ภาคแรกมีระบบปรับความยากอัตโนมัติ เพื่อยืดเวลาเล่น
อดีตนักออกแบบของ Naughty Dog ออกมาเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนา Uncharted: Drake’s Fortune ว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของเกมภาคแรกคือเนื้อหาหลักเสร็จออกมาค่อนข้างสั้น จนทีมกังวลว่าจะขายเกมราคาเต็มได้ยากหากผู้เล่น…

อดีตนักออกแบบของ Naughty Dog ออกมาเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนา Uncharted: Drake’s Fortune ว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของเกมภาคแรกคือเนื้อหาหลักเสร็จออกมาค่อนข้างสั้น จนทีมกังวลว่าจะขายเกมราคาเต็มได้ยากหากผู้เล่นจบได้ในเวลาเพียงราว 5 ชั่วโมง แถมยังไม่มีโหมดมัลติเพลเยอร์มาช่วยเพิ่มความคุ้มค่า
บังก์หนึ่งที่ทีมใช้แก้ปัญหานี้คือการใส่ระบบ dynamic difficulty หรือระบบปรับความยากตามผลงานผู้เล่น โดยในภาคแรกระบบนี้ไม่ได้มีไว้แค่ปรับให้เหมาะกับทักษะผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังถูกใช้เพื่อชะลอคนที่เล่นได้ดีเกินกว่าค่าเฉลี่ยของการทดสอบภายใน หากผู้เล่นผ่านฉากต่อสู้ได้เร็วกว่าที่ทีมคาดไว้ เกมจะค่อย ๆ เพิ่มความยากขึ้นเพื่อดึงเวลาการเล่นให้ยาวขึ้น
ผู้พัฒนายังอธิบายว่า การสร้าง Uncharted ภาคแรกมีความซับซ้อนพอสมควร เพราะทีมออกแบบฉากและสภาพแวดล้อมไว้ก่อน แล้วค่อยหาวิธีทำให้ระบบต่อสู้เข้ากับพื้นที่เหล่านั้นภายหลัง ส่งผลให้กระบวนการออกแบบต้องปรับแก้หลายครั้งกว่าจะลงตัว
เมื่อมองย้อนกลับไป ระบบปรับความยากนี้ถูกนำไปใช้ต่อใน Uncharted ภาคอื่น ๆ ด้วย แต่มีการจูนให้เหมาะกับทักษะของผู้เล่นมากขึ้น และไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อยืดเกมเท่าภาคแรกโดยตรง ดังนั้นความรู้สึกว่าเกมภาคแรกยากขึ้นอย่างผิดปกติในบางช่วง จึงเป็นผลจากการออกแบบที่ตั้งใจให้ผู้เล่นช้าลงจริง ๆ
Russell ยังกล่าวด้วยว่าเขาไม่ค่อยสนใจแนวคิดการรีเมกเกมภาคแรกในตอนนี้ เพราะมองว่าเกมต้นฉบับยังเล่นได้ดี และการรีเมกอาจต้องเปลี่ยนรายละเอียดสำคัญมากเกินไปจนกระทบเสน่ห์ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ แม้กระนั้น ความเป็นไปได้ของการหยิบซีรีส์เก่ามาปัดฝุ่นทำใหม่ก็ยังไม่อาจตัดทิ้งได้ในอุตสาหกรรมเกมยุคปัจจุบัน


