แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี
nerdsify
Innovation

ดีลเดิมพันล้านล้านของ AI จะคุ้มทุนได้อย่างไร

ดีลเดิมพันล้านล้านของ AI จะคุ้มทุนได้อย่างไร

บทความนี้ตั้งคำถามใหญ่ต่อการทุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกลุ่ม “ไฮเปอร์สเกลเลอร์” อย่าง Alphabet, Microsoft, Amazon, Meta และ Oracle ว่าสุดท้ายแล้วเม็ดเงินระดับหลายแสนล้านถึงหลายล้านล้านดอลลาร์นี้จะสร้างผลตอบแทนเพียงพอหรือไม่ นักวิชาการด้านการเงินอย่าง Jessica Wachter จาก Wharton เสนอวิธีประเมินแบบบัญชีง่าย ๆ โดยไม่ต้องทำนายอนาคตของโมเดล AI ว่าจะเก่งแค่ไหนหรือถูกใช้งานแพร่หลายเพียงใด แต่ให้ดูว่ากำไรของบริษัทเหล่านี้ต้องโตเร็วแค่ไหนจึงจะคุ้มกับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมหาศาลภายในปี 2027 ซึ่งคาดว่ารวมแล้วอาจแตะราว 1.1 ล้านล้านดอลลาร์

ผลประเมินของเธอชี้ว่า หากต้องการคุ้มทุนภายในปี 2030 บริษัทเหล่านี้ต้องเพิ่มผลิตภาพของตัวเองขึ้นราว 2.7 เท่า เมื่อคิดรวมต้นทุนเงินทุน ผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดหวัง และค่าเสื่อมของสินทรัพย์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องเกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น ซึ่งเทียบได้กับช่วงบูมไอทีของสหรัฐฯ ในยุค 1990s ทว่าหากการพุ่งขึ้นของผลิตภาพไม่เกิดขึ้นตามที่หวัง ภาระหนี้และดอกเบี้ยอาจกลายเป็นความเสี่ยงทางการเงินหนัก จนถึงขั้นที่นักวิจัยบางคนมองว่าเป็นการจัดสรรเงินทุนผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

บทความยังชี้ให้เห็นความไม่สมดุลระหว่างการใช้เงินกับรายได้ในปัจจุบัน โดยปีนี้คาดว่าค่าใช้จ่ายลงทุนด้าน AI ของกลุ่มบริษัทใหญ่เหล่านี้อาจสูงถึงราว 7.5 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้จาก AI โดยรวมยังอยู่แค่ประมาณ 1.5–2 แสนล้านดอลลาร์ ความต่างนี้สะท้อนว่าการลงทุนกำลังวิ่งนำรายได้อย่างมาก และคำถามสำคัญคือดีมานด์ในอนาคตจะโตทันหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น เงินลงทุนด้าน AI อาจขยายตัวจนมีสัดส่วนใกล้ 3% ของ GDP สหรัฐฯ ซึ่งทำให้ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจวงกว้าง

อีกประเด็นที่น่ากังวลคือหลายบริษัทเริ่มใช้หนี้เป็นเครื่องมือเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่กระแสเงินสดอิสระของกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะติดลบในไม่ช้า แม้บริษัทใหญ่จะยังมีฐานะการเงินแข็งแรง แต่ต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้นและความอดทนของนักลงทุนลดลง หากอนาคตความต้องการใช้พลังประมวลผลไม่เป็นไปตามคาด บริษัทต่าง ๆ จะยังต้องแบกรับหนี้ที่ก่อไว้ และความเสี่ยงดังกล่าวอาจถูกส่งต่อไปยังระบบการเงินผ่านกลไกสินเชื่อต่าง ๆ

บทความยังเตือนว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่การจ่ายค่าก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ต้องเผื่อค่าเสื่อมของชิป GPU และอุปกรณ์คอมพิวต์ที่มีสัดส่วนต้นทุนสูง ซึ่งต้องถูกอัปเกรดอย่างต่อเนื่องเพื่อแข่งขันกับรุ่นใหม่ที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ลงทุนเพิ่ม สถานที่เหล่านี้อาจกลายเป็นสินทรัพย์จมทุนหรือ “โครงกระดูก” ของเทคโนโลยีที่ล้าสมัยในเวลาไม่นาน

ในภาพรวม ผู้เขียนสรุปว่า AI จะคุ้มค่าจริงก็ต่อเมื่อมันทำให้เศรษฐกิจทั้งระบบโตขึ้น ไม่ใช่แค่ทำให้ผู้ขายชิปหรือผู้ให้บริการคลาวด์มีรายได้มากขึ้นเท่านั้น ความสำเร็จของการลงทุนรอบนี้จึงต้องเดิมพันพร้อมกันหลายชั้น ได้แก่ บริษัทต้องทำเงินได้มากพอ ลูกค้าต้องเห็นประโยชน์เชิงผลิตภาพจริง และโมเดลระดับแนวหน้าต้องรักษาความได้เปรียบเหนือโมเดลราคาถูกกว่าให้ได้ ถ้าเงื่อนไขเหล่านี้ไม่เกิดพร้อมกัน กระแสลงทุน AI ที่กำลังร้อนแรงอาจกลายเป็นฟองสบู่เชิงโครงสร้างที่ทิ้งต้นทุนมหาศาลไว้เบื้องหลัง

Apple ปล่อย iOS 27.3 เบตาแรก เพิ่ม Health, Siri AI และ Safari ใหม่
Innovation

Apple ปล่อย iOS 27.3 เบตาแรก เพิ่ม Health, Siri AI และ Safari ใหม่

Apple เริ่มทดสอบ iOS 27.3 พร้อมการเปลี่ยนแปลงหลายส่วนในระบบ ทั้งแอป Health ที่ออกแบบใหม่ ฟีเจอร์ Siri AI เพิ่มขึ้น และการปรับ Safari, Apple Music และเครื่องมือความเป็นส่วนตัว

AST SpaceMobile เดินหน้า开发จรวด Blacklift หลังหาที่ส่งดาวเทียมขึ้นวงโคจรยาก
Innovation

AST SpaceMobile เดินหน้า开发จรวด Blacklift หลังหาที่ส่งดาวเทียมขึ้นวงโคจรยาก

บริษัทสื่อสารผ่านดาวเทียมจากเท็กซัสบอกว่าต้องการลดการพึ่งพาผู้ให้บริการปล่อยยาน และเตรียมเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ช่วงปลายปี 2028

iOS 27.3 beta เพิ่ม Reachability ให้ iPhone Duo ใช้มือเดียวง่ายขึ้น
Innovation

iOS 27.3 beta เพิ่ม Reachability ให้ iPhone Duo ใช้มือเดียวง่ายขึ้น

ฟีเจอร์นี้ช่วยเลื่อนหน้าจอด้านนอกให้เข้าใกล้นิ้วโป้งมากขึ้นเมื่อใช้งานแนวนอนบนเครื่องพับได้รุ่นแรกของ Apple. ผู้ใช้เปิดใช้งานได้จากเมนู Accessibility ใน Settings.