Blizzard ย้ำ WoW: Forever จะคงจังหวะการต่อสู้แบบคลาสสิก ไม่เร่งเกมให้ซับซ้อนเกินไป
World of Warcraft: Forever กำลังถูกออกแบบให้รักษาเสน่ห์ของ WoW ยุคเก่าเอาไว้ โดยเฉพาะจังหวะการต่อสู้ที่ช้ากว่าเกมเวอร์ชันปัจจุบันอย่างชัดเจน บทความชี้ว่าเสน่ห์ของเกมไม่ได้อยู่ที่ความเร็วหรือจำนวนสกิล…

World of Warcraft: Forever กำลังถูกออกแบบให้รักษาเสน่ห์ของ WoW ยุคเก่าเอาไว้ โดยเฉพาะจังหวะการต่อสู้ที่ช้ากว่าเกมเวอร์ชันปัจจุบันอย่างชัดเจน บทความชี้ว่าเสน่ห์ของเกมไม่ได้อยู่ที่ความเร็วหรือจำนวนสกิลที่ต้องกดถี่ยิบ แต่เป็นความเรียบง่ายของคลาสที่ค่อย ๆ เปิดมิติการเล่นให้ผู้เล่นเรียนรู้จากจังหวะการโจมตีและความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคลาสไปเรื่อย ๆ
ผู้เขียนยกตัวอย่างว่า ใน WoW สมัยก่อน คลาสต่าง ๆ มีความซับซ้อนไม่มาก แต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้การเล่นสนุก เช่น การแทรกสกิลระหว่างการโจมตีอัตโนมัติเพื่อเพิ่มดาเมจ ซึ่งเป็นกลไกที่มีความหมายในเกมที่ต่อสู้กันยืดเยื้อ ต่างจาก WoW ยุคใหม่ที่การต่อสู้มักสั้นและเน้นการกดปุ่มให้ทันตามเอฟเฟกต์บนหน้าจอมากกว่า
จากคำอธิบายของ Blizzard ที่บอกว่าต้องการออกแบบคลาสให้ “เรียบง่ายเป็นหลัก แต่ยังมีความลึกที่น่าสนใจ” และจะยึดกับแกนหลักของเกมดั้งเดิมทั้งด้านการออกแบบ จังหวะ และโทนของเกม ทำให้มองได้ว่าทีมพัฒนาไม่ได้ตั้งใจจะเร่งสปีดการต่อสู้หรือชดเชยจุดอ่อนของคลาสด้วยการยัดสกิลใหม่ ๆ เข้าไปแบบไม่จำเป็น
แนวทางนี้ยังสะท้อนว่าการเล่นบางคลาสจะยังคงมีลักษณะเนิบ ๆ แบบเดิม เช่น ตัวละครเลเวลต้นอย่างพาลาดินที่ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่โจมตีพื้นฐานและรอสกิลคูลดาวน์ มากกว่าจะมีปุ่มให้กดเต็มแถบจนต้องพึ่งไกด์หรืออินโฟกราฟิกช่วยจำลำดับการใช้สกิล ซึ่งเป็นสิ่งที่บทความมองว่าเป็นความตั้งใจ ไม่ใช่ข้อจำกัดของการออกแบบ
ในส่วนของดันเจียนและเรด Blizzard ก็มีแนวโน้มจะคงความเรียบง่ายของคอนเทนต์ไว้เช่นกัน โดยให้ความยากไปอยู่ที่การเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น การจัดชุดอุปกรณ์ ไอเทมใช้สิ้นเปลือง และองค์ประกอบของทีม มากกว่าการออกแบบไฟต์ที่ซับซ้อนเกินไป ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าแนวทางนี้อาจดึงผู้เล่นบางกลุ่มให้กลับไปสัมผัสบรรยากาศการฟาร์มและการเตรียมตัวก่อนลงคอนเทนต์แบบจริงจังอีกครั้ง
ท้ายที่สุด บทความมองว่า Blizzard อาจใช้ไอเทมหรืออุปกรณ์พิเศษเป็นตัวเปิดทางให้คลาสเก่ามีลูกเล่นใหม่ ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างหลักของเกม เช่น อาวุธของเมจที่เสริมดาเมจไฟเมื่อโจมตีศัตรูที่ถูกแช่แข็ง ซึ่งช่วยให้เกิดรูปแบบการเล่นที่แปลกใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ของ WoW: Forever ที่ต้องการให้การเติบโตของตัวละครเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และเน้นการขยายทางเลือกในแนวราบมากกว่าการเร่งพลังอย่างรวดเร็ว


