Blizzard เผยแนวคิด WoW: Forever โตจากแผนเล็กสู่คอนเทนต์ชุดใหญ่
WoW: Forever หรือโครงการแนว Classic Plus ของ World of Warcraft กำลังได้รับความสนใจจากผู้เล่นเพราะขยายสิ่งใหม่เข้าไปบนโลกแบบคลาสสิกได้อย่างแนบเนียน ทั้งเควสต์ใหม่และดันเจียนใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายการเล่น…

WoW: Forever หรือโครงการแนว Classic Plus ของ World of Warcraft กำลังได้รับความสนใจจากผู้เล่นเพราะขยายสิ่งใหม่เข้าไปบนโลกแบบคลาสสิกได้อย่างแนบเนียน ทั้งเควสต์ใหม่และดันเจียนใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายการเล่นแบบดั้งเดิมเอาไว้ ขณะเดียวกัน เบื้องหลังการพัฒนาก็สะท้อนว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้เริ่มจากแผนขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก แต่ค่อย ๆ โตขึ้นตามความมั่นใจและความตื่นตัวของทีมงาน Blizzard เอง
Clay Stone ตำแหน่ง associate production director อธิบายว่าเส้นทางของโปรเจกต์นี้เป็น “วิวัฒนาการ” ที่ต่อเนื่องมาจากงานคอนเทนต์คลาสสิกหลายชุดก่อนหน้า โดยช่วงต้นของการทำ WoW Classic ต่าง ๆ ยังยึดแนวทางค่อนข้างระวังและเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่เมื่อ Blizzard ทดลองทำโหมด Hardcore และ Season of Discovery มากขึ้น ทีมก็ได้เห็นชัดว่าผู้เล่นยอมรับการปรับแต่งบางอย่างได้แค่ไหน และระบบแบบใดที่ยังเข้ากับโลก Vanilla เดิมได้ดี
Stone ระบุว่า Season of Discovery เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะกระแสตอบรับแรงเกินคาดจนทำให้ทีมเริ่มตั้งคำถามว่า ถ้าจะทำ “เวอร์ชันถาวร” ของแนวคิดนี้แทนการทำเป็นซีซันชั่วคราว จะออกมาอย่างไร ความสำเร็จของโหมดทดลองนี้จึงกลายเป็นฐานให้ Blizzard กล้าขยายความคิดจากเดิมที่เน้นเพียงการแตะต้องเกมเล็กน้อย ไปสู่การสร้างคอนเทนต์ที่มีความทะเยอทะยานมากกว่าเดิม
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือขนาดของแผนงานที่ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ Stone ยกตัวอย่างว่า ในช่วงแรกทีมเสนอไว้เพียงการเพิ่มดันเจียนใหม่ 4 แห่ง แต่ต่อมาจำนวนดังกล่าวค่อย ๆ เพิ่มเป็น 6 และสุดท้ายขยายไปถึง 9 แห่ง แสดงให้เห็นว่าความคาดหวังภายใน Blizzard เติบโตตามแรงสนับสนุนจากทีมพัฒนาและบรรยากาศเชิงบวกต่อโปรเจกต์นี้
เขายังชี้ว่า Blizzard ต้องการสร้างบางอย่างที่ใหญ่กว่าการปรับแต่งเล็กน้อยในระดับ “Classic Plus” ทั่วไป ไม่ใช่แค่เพิ่มความสามารถให้บางคลาสแล้วจบ แต่เป็นคอนเทนต์ที่มีน้ำหนักมากพอจะตอบสนองความคาดหวังของผู้เล่นจำนวนมากที่อยากเห็น WoW Classic ในรูปแบบใหม่ที่ยังเคารพรากเดิม
การเปิดทดสอบเบต้าล่าสุดจึงกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าแนวทางนี้สื่อสารกับผู้เล่นได้ดีเพียงใด จากคำบอกเล่าของ Stone กระแสตอบรับดูจะเกินกว่าที่หลายคนคาดไว้ และ Blizzard เองก็รู้สึกว่าตัวโปรเจกต์สามารถส่งมอบสิ่งที่มีขอบเขตกว้างและชัดเจนกว่าการประกาศแบบเล็ก ๆ ที่บางคนอาจคาดไว้
โดยภาพรวม บทสัมภาษณ์นี้ชี้ว่า WoW: Forever ไม่ได้เป็นแค่การรีไซเคิลประสบการณ์ Classic แต่เป็นตัวอย่างของการที่ Blizzard ใช้ผลตอบรับจากโหมดทดลองและความสำเร็จของ Season of Discovery มาต่อยอดเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่ขึ้นจริง ๆ สำหรับแฟน ๆ นี่อาจหมายถึงประสบการณ์ WoW คลาสสิกที่คงความคุ้นเคยไว้ แต่มีเนื้อหาและระบบใหม่มากพอให้รู้สึกสดและมีเหตุผลในการกลับมาเล่นอีกครั้ง


