Zach Cregger รับเจอแรงต้านจากแฟน Resident Evil แต่ย้ำหนังสร้างจากความรักต่อเกม
Zach Cregger ผู้กำกับหนังสยองขวัญที่กำลังทำโปรเจกต์ดัดแปลง Resident Evil เปิดเผยว่าเขารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ใน “ทัวร์ขอโทษ” เพื่อรับมือกับความไม่ไว้ใจจากแฟนเกมบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่พอใจที่ภาพยนตร์…

Zach Cregger ผู้กำกับหนังสยองขวัญที่กำลังทำโปรเจกต์ดัดแปลง Resident Evil เปิดเผยว่าเขารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ใน “ทัวร์ขอโทษ” เพื่อรับมือกับความไม่ไว้ใจจากแฟนเกมบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่พอใจที่ภาพยนตร์ฉบับนี้จะไม่เล่าเรื่องของตัวละครหรือเส้นเรื่องจากเกมโดยตรง แต่จะใช้โลกของ Resident Evil เป็นฉากหลังสำหรับเรื่องราวสยองขวัญใหม่แทน
กระแสวิจารณ์เริ่มมาตั้งแต่ประกาศโครงการว่า Cregger จะไม่หยิบ Leon หรือเนื้อเรื่องหลักจากเกมมาใช้ ทำให้เขาต้องออกมาอธิบายซ้ำ ๆ ว่าเจตนาของงานคือการสร้างหนังสยองขวัญที่อยู่ “ในโลก” ของ Resident Evil มากกว่าจะเป็นการเล่าเรื่องเกมแบบตรงตัว เจ้าตัวเล่าว่าเวลาพูดคุยกับสื่อเหมือนกำลังหาเสียงเลือกตั้ง เพราะต้องพยายามทำให้แฟน ๆ เชื่อว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่เข้ามาแต่งตัวเป็นแฟนเกมแบบผิวเผินหรือ “ทำเป็นอิน” เท่านั้น
Cregger ยังยอมรับด้วยว่าตอนแรกเขาอาจมองความคาดหวังของแฟนเกมแบบโลกสวยเกินไป เขาคิดว่าคนที่ชอบเกมน่าจะดีใจเมื่อเห็นว่ามีคนจะนำ Resident Evil กลับไปสู่แนวสยองขวัญเอาตัวรอด แต่ภายหลังเขาเข้าใจมากขึ้นว่ามีแฟนจำนวนไม่น้อยที่รอคอยการตีความเรื่องราวของตัวละครเดิม และเมื่อหนังไม่ตอบโจทย์นั้น ความผิดหวังก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เขาเปรียบเทียบความรู้สึกนี้กับคนทำหนังที่ตัวเองก็ไม่เคยดูภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับก่อน ๆ เพราะไม่ตรงกับภาพจำที่ตนชอบจากเกมเช่นกัน
ในอีกมุมหนึ่ง ผู้กำกับรายนี้พยายามสื่อว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อใช้ชื่อแฟรนไชส์เป็นแค่เครื่องมือทางการตลาด เขายืนยันว่าหนังมีความเคารพต่อเกมและมีองค์ประกอบที่สะท้อนความรักต่อซีรีส์อยู่จริง เพียงแต่เลือกเล่าเรื่องในแบบของเขาเอง เขาหวังว่าเมื่อผู้ชมได้ดูจริง ๆ แล้ว แม้จะยังไม่ชอบการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์บางอย่าง ก็จะมองเห็นว่าหนังพยายามซื่อตรงต่อจักรวาลต้นฉบับ
Cregger บอกด้วยว่าเขาอยากเล่าเรื่องในจักรวาล Resident Evil ต่อไปถ้ามีโอกาส แต่ในเวลาเดียวกันก็เคยกล่าวไว้ว่าอาจไม่อยากทำหนังแฟรนไชส์ต่อหลังโปรเจกต์นี้ ขณะที่การจับตาดูรายได้เปิดตัวเริ่มบ่งชี้ว่าหนังอาจทำผลงานได้ดี โดย Deadline ประเมินว่ารายได้เปิดตัวในอเมริกาเหนืออาจแตะราว 35 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถ้าเป็นจริงจะกลายเป็นสถิติเปิดตัวในประเทศที่สูงที่สุดของแฟรนไชส์ Resident Evil แซงหน้า Resident Evil: Afterlife ที่เคยเปิดตัวไว้ 26.6 ล้านดอลลาร์ในปี 2010
โดยรวมแล้ว ข่าวนี้สะท้อนความท้าทายของการดัดแปลงเกมดังเป็นภาพยนตร์ โดยเฉพาะเมื่อแฟนต้นฉบับมีความคาดหวังสูงต่อความซื่อสัตย์ต่อเนื้อเรื่องและตัวละครเดิม แม้ Cregger จะต้องเผชิญแรงกดดันก่อนหนังฉาย แต่เขายังคงวางเดิมพันกับการให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าการโต้เถียงกับกระแสวิจารณ์ล่วงหน้า


