ผู้ร่วมก่อตั้ง BioWare มองการปิดสตูดิโอและยกเลิก Mass Effect ภาคใหม่เป็นจุดจบที่น่าเศร้า
Greg Zeschuk ผู้ร่วมก่อตั้ง BioWare ออกมาแสดงความเห็นต่อการปิดสตูดิโอครั้งใหญ่ของ EA ซึ่งทำให้พนักงานราว 50 คนต้องตกงาน และเป็นส่วนหนึ่งของการปรับลดตำแหน่งงานรวมประมาณ 400 ตำแหน่งทั่วบริษัท รวมถึงการ…

Greg Zeschuk ผู้ร่วมก่อตั้ง BioWare ออกมาแสดงความเห็นต่อการปิดสตูดิโอครั้งใหญ่ของ EA ซึ่งทำให้พนักงานราว 50 คนต้องตกงาน และเป็นส่วนหนึ่งของการปรับลดตำแหน่งงานรวมประมาณ 400 ตำแหน่งทั่วบริษัท รวมถึงการยกเลิก Mass Effect 5 ที่ภายหลังมีรายงานว่าเคยใช้ชื่อภายในว่า Mass Effect: Universe
Zeschuk ระบุว่าเขาเสียใจกับการปิดตัวของสตูดิโอ แต่ตัวเขาเองผ่านช่วงอารมณ์ผูกพันกับ BioWare ไปแล้วตั้งแต่ลาออกจากบริษัทพร้อม Ray Muzyka ในปี 2012 หลังวางจำหน่าย Mass Effect 3 เขาอธิบายว่าปัจจุบันไม่ได้ใช้ชีวิตวนอยู่กับความเสียดายอีกต่อไป เพราะหันไปทำธุรกิจโรงเบียร์และมีเส้นทางของตัวเองแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการปิด BioWare เป็นเรื่องน่าเศร้า โดยเฉพาะต่อเมือง Edmonton บ้านเกิดของสตูดิโอ เพราะ BioWare เคยเป็นสัญลักษณ์ว่าทีมจากเมืองที่ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องอุตสาหกรรมเกมก็สามารถสร้างผลงานระดับโลกได้ เขาเห็นว่าการหายไปของสตูดิโอที่มีประวัติสร้างเกม RPG ชื่อดังจึงกระทบทั้งเชิงวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจของท้องถิ่น
ในมุมของธุรกิจ Zeschuk ไม่แปลกใจที่ BioWare ไปไม่รอดหลังจาก Saudi Public Investment Fund เข้าซื้อกิจการ EA ในดีลมูลค่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขามองว่านี่คือ “ตะปูตอกฝาโลง” ของสตูดิโอ เพราะ BioWare สร้างเกมที่ซับซ้อน ใช้เวลาพัฒนานาน และไม่สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจที่เน้นรายได้สม่ำเสมอจากเกมกีฬาออกทุกปี
เขายังวิจารณ์แนวคิดที่ผู้บริหารซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์พัฒนาเกมจะพยายามสร้างผลงานคุณภาพด้วยการใช้คนแบบสุ่มหรือพึ่ง AI โดยบอกว่ามันไม่ใช่วิธีที่ใช้ได้จริง และชี้ว่าหลายบริษัทมักถูกขับเคลื่อนโดยคนสายธุรกิจที่ไม่เคยทำเกมตั้งแต่ต้นจนจบ จึงไม่เข้าใจว่ากระบวนการสร้างเกมจริง ๆ ซับซ้อนเพียงใด
บทความยังสะท้อนกระแสตอบรับจากวงการและแฟนเกมที่ผิดหวังต่อการปิด BioWare และการยกเลิก Mass Effect ภาคใหม่ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียสตูดิโอที่มีผลงานระดับตำนานในสาย RPG และเป็นอีกตัวอย่างของแรงกดดันทางธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมเกมขนาดใหญ่


