นักพัฒนา Blizzard ย้ำชัด WoW Forever ทำมาเพื่อสายคลาสสิก
กระแสถกเถียงเรื่องทิศทางของ World of Warcraft Forever ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังนักพัฒนาของ Blizzard ออกมายืนยันจุดยืนชัดเจนว่าตัวเกมถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงผู้เล่นสาย Classic เป็นหลัก มากกว่าจะพยายาม…

กระแสถกเถียงเรื่องทิศทางของ World of Warcraft Forever ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังนักพัฒนาของ Blizzard ออกมายืนยันจุดยืนชัดเจนว่าตัวเกมถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงผู้เล่นสาย Classic เป็นหลัก มากกว่าจะพยายามเอาใจผู้เล่นฝั่ง Retail ที่คุ้นกับฟีเจอร์ความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่
ประเด็นนี้เริ่มจากข้อความของ Matthew Armstrong นักออกแบบโลกของเกมที่โพสต์ว่าเขากำลังทำ WoW Forever เพื่อ “classic gamer” และเพื่อผู้เล่นจำนวนมากที่เคยเลิกเล่นไปเพราะไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงของเกมในอดีต เขาอธิบายว่าหากต้องการ เขาสามารถทำงานในแนวทางเดิมที่คุ้นเคยจากฝั่ง Retail ได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า แต่เลือกยึดแนวทางที่สะท้อนวิสัยทัศน์ทางศิลป์และสิ่งที่เขามองว่าเป็นความคาดหวังของแฟนจำนวนมากแทน
คำพูดดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของทีมพัฒนารายอื่นที่ก่อนหน้านี้ก็ปฏิเสธฟีเจอร์บางอย่างซึ่งผู้เล่นสมัยใหม่อาจมองว่าจำเป็น เช่น การแท็กศัตรูร่วมกัน โดยย้ำว่าจะ “ยืนหยัด” ในจุดที่ทีมเห็นว่าช่วยรักษาเอกลักษณ์ของเกมเวอร์ชันคลาสสิกไว้ได้ ทำให้เห็นว่า Blizzard กำลังเดินเกมอย่างระมัดระวังระหว่างการเพิ่มคอนเทนต์ใหม่กับการไม่ทำให้ตัวเกมใกล้เคียง Retail มากเกินไป
แม้จะเน้นผู้เล่นคลาสสิก แต่ WoW Forever ก็มีการปรับปรุงหลายอย่างที่สะท้อนความทันสมัยของงานพัฒนาเกมยุคปัจจุบัน เช่น แสงเงาที่ดีขึ้น รองรับคอนโทรลเลอร์ ตัวละคร Undead Paladin และเอฟเฟ็กต์สภาพอากาศอย่างฝนตกหนัก ซึ่งบางส่วนอาจดึงดูดผู้เล่น Retail ที่อยากเห็นคุณภาพภาพและฟีเจอร์บางอย่างถูกนำไปใช้กับเวอร์ชันหลักในอนาคตด้วย
อย่างไรก็ดี คำยืนยันของ Armstrong กลับทำให้ชุมชนผู้เล่นแตกออกเป็นหลายฝ่าย บางคนมองว่าเป็นการสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและช่วยยืนยันว่า Blizzard รู้ว่ากำลังสร้างเกมให้ใคร ขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถามว่าทีมงานควรออกมาพูดในลักษณะที่เหมือนตัดผู้เล่นบางกลุ่มออกจากกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ข้อถกเถียงนี้สะท้อนความตึงเครียดที่ดำรงอยู่มานานระหว่างผู้เล่นสายคลาสสิกกับสาย Retail
สถานการณ์ยิ่งน่าสนใจเพราะทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเบตาที่เปิดให้เล่นได้เพียงถึงเลเวล 20 และยังห่างจากเวอร์ชันสมบูรณ์พอสมควร ทำให้ภาพรวมของเกมและการตอบรับจริงจากผู้เล่นยังไม่นิ่งนัก โดย Blizzard ยังคงต้องพิสูจน์ว่า WoW Forever จะรักษาเสน่ห์แบบเก่าไว้ได้จริง ขณะเดียวกันก็สร้างประสบการณ์ใหม่ที่เพียงพอจะดึงความสนใจจากฐานผู้เล่นทั้งเก่าและใหม่ เมื่อเกมเปิดให้เข้าถึงเนื้อหามากขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน


