Bungie ยอมรับ Marathon เปิดตัวล้มเหลวเพราะยากเกินไป ดันแผนปรับเกมครั้งใหญ่
Bungie ออกมายอมรับตรง ๆ ว่า Marathon เกมแนว extraction shooter ที่ตั้งใจทำให้เป็นประสบการณ์ฮาร์ดคอร์สำหรับผู้เล่นสาย PvPvE นั้นเปิดตัวได้ไม่ดี เพราะตัวเกมยากและลงโทษผู้เล่นหนักเกินไปสำหรับตลาดวงกว้าง…

Bungie ออกมายอมรับตรง ๆ ว่า Marathon เกมแนว extraction shooter ที่ตั้งใจทำให้เป็นประสบการณ์ฮาร์ดคอร์สำหรับผู้เล่นสาย PvPvE นั้นเปิดตัวได้ไม่ดี เพราะตัวเกมยากและลงโทษผู้เล่นหนักเกินไปสำหรับตลาดวงกว้าง จุดเด่นของเกมคือระบบเสี่ยง-รางวัลที่เข้มข้น โดยหากผู้เล่นตายจะเสียทั้งของที่เก็บมาและของที่นำเข้าไปด้วย ทำให้การเริ่มต้นเล่นและการพยายามเรียนรู้เกมกลายเป็นเรื่องหงุดหงิดสำหรับคนจำนวนมากตั้งแต่ก่อนวางขายเสียอีก
ก่อนหน้านี้ Bungie เคยพยายามอธิบายว่าความยากของเกมเป็นเพียง “การไต่เขาที่อันตราย” และผู้เล่นสามารถค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นจากการทำภารกิจ ปลดล็อกสกิลฐาน และอัปเกรดฝ่ายต่าง ๆ ได้ แต่ในทางปฏิบัติ หลายคนรู้สึกว่ากำแพงการเข้าถึงสูงเกินไป และการล้มเหลวซ้ำ ๆ ทำให้เกมไม่สามารถดึงผู้เล่นหน้าใหม่หรือผู้เล่นทั่วไปเข้ามาได้ตามเป้าหมาย
ปัญหายิ่งชัดขึ้นเมื่อคอนเทนต์ท้ายเกมอย่าง Cryo Archive ถูกปล่อยออกมาในเดือนเมษายน โดยถูกมองว่าเป็นดันเจี้ยนหรือแผนที่สุดโหดและซับซ้อนมาก จนตอกย้ำภาพว่า Marathon ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มผู้เล่นสายหนักเท่านั้น แม้แต่ชื่อดังอย่าง Shroud อดีตโปรเพลเยอร์ Counter-Strike ยังแสดงความกังวลว่าโหมดดังกล่าวยอดเยี่ยมในแง่ประสบการณ์ แต่ซับซ้อนและหนักเกินกว่าผู้เล่นทั่วไปจะรับไหว
ในวิดีโออธิบายทิศทางใหม่ของเกม ผู้บริหารฝ่ายออกแบบ Kevin Yanes ยอมรับว่าทีมพัฒนาอยู่ใกล้ชิดกับผลงานของตัวเองมากเกินไปจนมองภาพรวมไม่ออก และสุดท้ายได้สร้างเกมที่ “ยากเกินไป” สำหรับผู้เล่นจำนวนมาก เขายังยอมรับว่าห่วงโซ่ของความล้มเหลวในเกมไม่ได้สื่อสารความสนุกในแบบที่ทีมคาดหวัง ขณะที่ผู้อำนวยการเกม Del Chafe III ชี้ว่าระบบ PvP ของเกมมีความดุเดือดและกดดันสูงจนทำให้ Marathon กลายเป็นเกมเฉพาะกลุ่มมากกว่าที่ตั้งใจไว้
เพื่อกู้สถานการณ์ Bungie วางแผนปรับ Marathon ให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเพิ่มโหมด PvE แบบแยกต่างหาก เพิ่มโหมดทีมเดธแมตช์ และขยาย Perimeter ซึ่งเป็นโซนสอนเล่นให้มีขนาดใกล้เคียงพื้นที่เล่นเต็มมากขึ้น แนวคิดของทีมคือ ลดแรงเสียดทานในช่วงเริ่มต้น แล้วเปิดทางให้ผู้เล่นค่อย ๆ เลือกเข้าไปสู่โหมด extraction แบบดั้งเดิมที่เป็นหัวใจของเกม แม้จะเป็นรูปแบบที่ยังแบ่งฝักฝ่ายกันอยู่ก็ตาม
ข่าวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการที่ Bungie ประกาศคืนคอนเทนต์บางส่วนของ Destiny 2 กลับมาใช้งาน แม้จะไม่ถึงขั้นนำบริการแบบเต็มรูปแบบกลับมาอีกครั้ง และยังยืนยันว่าอนาคตของแฟรนไชส์ Destiny ยังมีแผนต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องการรวม IP ของ Destiny กับ Marathon โดยยืนยันว่าจะเดินหน้ากับ Marathon ต่อไปอย่างน้อยถึงปี 2027
อย่างไรก็ตาม ความกังวลยังคงอยู่ที่การสนับสนุนจาก Sony และกระแสตอบรับของผู้เล่น เพราะสถิติผู้เล่นพร้อมกันบน Steam ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับจุดพีคช่วงเปิดตัว แม้ตัวเลขบนแพลตฟอร์มเดียวจะไม่สะท้อนภาพทั้งหมดของเกมข้ามแพลตฟอร์ม แต่ก็สะท้อนให้เห็นชัดว่า Bungie กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ในการทำให้ Marathon จากเกมเฉพาะกลุ่ม กลายเป็นเกมที่ผู้เล่นวงกว้างยอมเปิดใจลองเล่นได้จริง


