ผู้พัฒนา Chronicles: Medieval เสี่ยงปิดตัวหลังสูญเสียเงินทุน ทั้งที่เกมใกล้เข้า Early Access
Raw Power Games สตูดิโอผู้พัฒนา Chronicles: Medieval ออกมาเปิดเผยว่าสถานะของบริษัทกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต หลังเงินทุนที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเกมถูกยกเลิกลงอย่างกะทันหัน ทำให้สตูดิโอมีความเสี่ยงสูงที่จะ…

Raw Power Games สตูดิโอผู้พัฒนา Chronicles: Medieval ออกมาเปิดเผยว่าสถานะของบริษัทกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต หลังเงินทุนที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเกมถูกยกเลิกลงอย่างกะทันหัน ทำให้สตูดิโอมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องปิดกิจการ หากไม่สามารถหาแหล่งเงินสนับสนุนใหม่ได้ในเร็วๆ นี้
Chronicles: Medieval เป็นเกมแซนด์บ็อกซ์โอเพ่นเวิลด์ธีมยุคกลางที่เน้นการสำรวจโลกแบบไดนามิกและการรบขนาดใหญ่ โดยสตูดิโอระบุว่าเกมอยู่ระหว่างการพัฒนามากว่า 4 ปี และเดิมมีแผนจะเปิดให้เล่นบน Steam Early Access ในช่วงต้นปี 2027 แต่จากแถลงการณ์ล่าสุด แผนนั้นอาจสั่นคลอนอย่างหนัก เพราะบริษัทแจ้งว่าด้วย “สถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม” เงินทุนที่ควรจะหนุนโครงการได้ไม่อยู่แล้ว
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าตกใจคือ ก่อนหน้านี้ Raw Power Games ยังอัปเดตความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอในช่วงเดือนตุลาคม รวมถึงการลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับตราประจำตระกูลในยุคกลางซึ่งจะถูกนำมาใช้ในเกม จึงไม่มีสัญญาณชัดเจนต่อสาธารณะว่าทีมกำลังเจอปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก สถานการณ์ดังกล่าวจึงดูเหมือนจะเกิดขึ้นแบบฉับพลันและกระทบแผนงานโดยตรง
ในแถลงการณ์ สตูดิโอย้ำว่าความเจ็บปวดของเรื่องนี้อยู่ที่เกมกำลังใกล้เสร็จมากแล้ว และ Early Access ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ทีมงานบอกเป็นนัยว่าโลกของเกมเริ่ม “มีชีวิต” มากขึ้น และยังมีเนื้อหาหลายส่วนที่อยากโชว์ให้ผู้เล่นเห็น นั่นสะท้อนว่าตัวโครงการน่าจะขยับเข้าใกล้จุดที่พร้อมเปิดให้ผู้เล่นทดสอบจริงได้มากกว่าที่หลายคนคาด
ก่อนหน้านี้ Chronicles: Medieval เคยถูกพูดถึงจากประเด็นการใช้ generative AI ด้วย โดยช่วงแรกฝ่ายบริหารของบริษัทเคยแสดงท่าทีสนับสนุนเทคโนโลยีนี้อย่างมาก และมีการใช้เครื่องมืออย่าง Midjourney ในงานคอนเซปต์อาร์ต แต่ต่อมา CTO ของบริษัทได้ยืนยันกับสื่อว่าเกมภาคนี้สร้างขึ้นแบบทำมือทั้งหมด ไม่มีการใช้ AI สร้างทรัพยากรหลักในเกม ทำให้ประเด็นดังกล่าวถูกลดความสำคัญลงไปภายหลัง
แม้สถานการณ์ของสตูดิโอจะดูไม่สู้ดี แต่ Raw Power Games ยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และขอให้ผู้เล่นช่วยสนับสนุนด้วยการเพิ่มเกมไว้ใน wishlist และพูดถึงเกมต่อไป โดยตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าบริษัทมีเวลามากน้อยแค่ไหนก่อนจะต้องยุติการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม หากเกมใกล้ถึงจุดที่พร้อมเปิดตัวจริงตามที่สตูดิโออ้าง ก็อาจยังมีโอกาสดึงดูดเงินทุนใหม่ได้ทันก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

