itch.io เกมใหม่พุ่งเท่าตัวใน 2 เดือน ท่ามกลางกระแสเกมที่สร้างด้วย AI
itch.io แพลตฟอร์มขายเกมอินดี้รายงานแนวโน้มที่คล้ายกับ Steam คือจำนวนหน้าเกมใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขขยับจากราว 3,000 หน้าเป็นมากกว่า 6,000 หน้า…

itch.io แพลตฟอร์มขายเกมอินดี้รายงานแนวโน้มที่คล้ายกับ Steam คือจำนวนหน้าเกมใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขขยับจากราว 3,000 หน้าเป็นมากกว่า 6,000 หน้าเป็นประจำในช่วงปลายสิงหาคมถึงปลายตุลาคม สะท้อนว่าคลื่นเกมใหม่ที่ทะลักเข้ามาในร้านค้าออนไลน์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนแพลตฟอร์มใหญ่ของ Valve เท่านั้น
แม้ itch.io จะไม่ได้ระบุตรง ๆ ว่า AI เป็นสาเหตุ แต่คำตอบในโซเชียลมีเดียของบัญชีทางการก็ชี้นำค่อนข้างชัด เมื่อมีผู้ใช้ถามถึงที่มาของการเพิ่มขึ้นดังกล่าว itch.io ตอบในเชิงประชดพร้อมอีโมจิหุ่นยนต์และอาการเหนื่อยล้า จึงถูกตีความว่าแพลตฟอร์มกำลังเจอกระแสเกมที่สร้างด้วยเครื่องมือ AI หรือเกมที่ใช้แนวทาง “vibe coding” จำนวนมากเข้ามาอัปโหลดพร้อมกัน
บทความชี้ว่าช่วงเวลาที่ปริมาณหน้าเกมพุ่งสูงขึ้นเกิดขึ้นใกล้กับการเปิดตัว Claude Opus 5 ของ Anthropic ซึ่งโดดเด่นด้านการช่วยเขียนและวิเคราะห์โค้ด ทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ในวงการเกม ทั้งการถอดรหัสเกมเก่าได้เร็วขึ้น การลอกหรือทำสำเนาเกมได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงการที่ Steam ต้องรับมือกับเดโมและเกมที่ถูกมองว่าเป็น AI slop จำนวนมาก แม้ Anthropic จะมีการปรับระบบภายหลังเพื่อจำกัดพฤติกรรมดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ชัดว่าการใช้งาน AI เพื่อสร้างเกมได้ชะลอตัวลงแค่ไหน
ข้อมูลจาก itch.io เองยังสะท้อนว่าปริมาณเกมประเภทนี้มีสัดส่วนไม่น้อย โดยจากจำนวนรายการเกมทั้งหมดกว่า 1.7 ล้านหน้า มีราว 131,929 รายการที่ติดแท็ก AI Generated หรือประมาณ 7.5% ของทั้งหมด ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าเกมที่ใช้ AI ไม่ใช่ของแปลกใหม่เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของคลังเกมบนแพลตฟอร์มในระดับที่มองข้ามไม่ได้
อย่างไรก็ตาม itch.io ระบุด้วยว่าการเพิ่มขึ้นของหน้าเกมไม่ได้แปลว่าจะมีคนสนใจมากขึ้นตามไปด้วย เพราะจำนวนการดาวน์โหลดและการซื้อไม่ได้โตขึ้นในอัตราเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าเนื้อหาจำนวนมากอาจกำลังทำให้หน้าร้านอัดแน่นโดยแทบไม่ก่อประโยชน์ต่อทั้งผู้เล่นหรือผู้สร้างเกมจริง ๆ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าควรห้ามเกมที่สร้างด้วย AI หรือไม่ แต่คือแพลตฟอร์มจะจัดการกับปริมาณเนื้อหาที่ล้นเกินนี้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Mike Cook มองว่าการแบนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะต้องใช้ทีมงานและระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งมาก ขณะที่ความเห็นจากฝั่ง Valve ก็เคยสะท้อนว่าการห้ามเครื่องมือ AI สำหรับงานพัฒนานั้นทำได้ยากในทางปฏิบัติ
ท้ายที่สุด บทความมองว่าปรากฏการณ์นี้อาจเป็นเพียงกระแสไวรัลระยะสั้นที่ผู้คนสร้างผลงานด้วย AI เพื่อเรียกความสนใจบนโซเชียลมีเดีย แต่ความเสี่ยงคือหากร้านค้าเกมเต็มไปด้วยเนื้อหาคุณภาพต่ำจนผู้ใช้หมดความอดทน ความน่าใช้งานของแพลตฟอร์มอาจเสียหายก่อนที่กระแสจะซาลงเอง

