WoW: Forever จะอัปเดตช้าลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้เขียนชี้ช่วยลดความเร่งรีบของเกม
บทความนี้พูดถึงมุมมองของผู้เขียนที่เล่นเบต้า World of Warcraft: Forever ไปแล้วมากกว่า 50 ชั่วโมง และมองว่าเกมรูปแบบใหม่นี้น่าจะเหมาะกับจังหวะการอัปเดตที่ช้าลงมากกว่าที่ Blizzard ใช้กับเกมหลักหรือโหมด…

บทความนี้พูดถึงมุมมองของผู้เขียนที่เล่นเบต้า World of Warcraft: Forever ไปแล้วมากกว่า 50 ชั่วโมง และมองว่าเกมรูปแบบใหม่นี้น่าจะเหมาะกับจังหวะการอัปเดตที่ช้าลงมากกว่าที่ Blizzard ใช้กับเกมหลักหรือโหมดซีซันก่อนหน้า เพราะผู้เล่นจำนวนหนึ่งเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ากับการต้องไล่ตามคอนเทนต์ใหม่ตลอดเวลา
แกนสำคัญของข่าวคือคำอธิบายจาก Kris Zierhut โปรดิวเซอร์/ดีไซเนอร์หลักของ WoW: Forever ที่ระบุว่าเกมจะใช้รอบอัปเดตที่ผ่อนคลายกว่าเดิม โดยคอนเทนต์ใหญ่จะมาประมาณทุก 4 เดือน แทนที่จะเป็นรอบถี่ระดับ 8-10 สัปดาห์แบบ Season of Discovery แนวทางนี้ถูกมองว่าเข้ากับประสบการณ์ MMO ที่ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเร่งทำทุกอย่างภายในเวลาสั้น ๆ
ผู้เขียนเปรียบเทียบกับ World of Warcraft เวอร์ชันปัจจุบันที่มีจังหวะคอนเทนต์ค่อนข้างหนาแน่น แม้จะช่วยให้เกมไม่หยุดนิ่ง แต่ก็มักทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่ามีเป้าหมายใหม่ให้ตามตลอด ทั้งการเก็บของ ระบบใหม่ หรือความคืบหน้าด้านชื่อเสียงกับแฟกชันต่าง ๆ ผลที่ตามมาคือถ้าหยุดเล่นไปช่วงสั้น ๆ ก็อาจรู้สึกว่าตามเกมไม่ทัน และต้องรีบกลับมาเก็บสิ่งที่ค้างไว้
บทความยังยกตัวอย่างการอัปเดตของภาค Midnight ที่แม้แพตช์ใหญ่จะมาในจังหวะที่ไม่ถี่มาก แต่ก็มีคอนเทนต์ระหว่างทางจำนวนมากคอยกระตุ้นให้ผู้เล่นเข้าเกมเป็นระยะ เช่น ระบบย่อย เหตุการณ์พิเศษ และกิจกรรมที่ทยอยปลดล็อก ทำให้ประสบการณ์โดยรวมยังดูแน่นและอัดข้อมูลอยู่ดี ผู้เขียนรู้สึกว่าแม้สิ่งเหล่านี้ช่วยเติมชีวิตให้เกม แต่ก็อาจสร้างความรู้สึกท่วมท้นได้
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองเชิงบวกว่า WoW: Forever ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเกมที่เน้นความก้าวหน้าในแนวราบมากกว่าการขยายเลเวลผ่านเอ็กซ์แพนชัน อาจได้ประโยชน์จากการอัปเดตที่ไม่เร่งบีบผู้เล่นมากเกินไป หากคอนเทนต์ระหว่างแพตช์เป็นเพียงกิจกรรมเสริมที่ทำเมื่อสะดวก ก็อาจช่วยให้เกมมีจังหวะที่นุ่มนวลและเล่นได้สบายขึ้น
ท้ายที่สุด บทความไม่ได้มองว่าการอัปเดตช้าเป็นข้อเสีย ตรงกันข้ามกลับมองว่าเป็นจุดขายที่ทำให้ WoW: Forever แตกต่างจาก MMO หลายเกมที่ไล่ความถี่คอนเทนต์แบบไม่หยุด ผู้เขียนสรุปว่าตัวเองพร้อมรับ “จังหวะอัปเดตแบบโลไฟ” นี้ และหวังว่ามันจะช่วยให้เกมสนุกแบบไม่ต้องอยู่ภายใต้ความกดดันตลอดเวลา


