Clayface เปิดตัวอันดับ 2 ในบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐช่วงฮาโลวีน แพ้สารคดี Elizabeth Holmes
ช่วงสุดสัปดาห์ฮาโลวีนรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศในสหรัฐมีการแข่งขันสูสีระหว่างหนังใหม่ของ DC อย่าง Clayface กับสารคดีแนวคอมเมดี้เกี่ยวกับ Elizabeth Holmes เรื่อง You Can See Everything โดยฝ่ายหลังทำรายได้ใน…

ช่วงสุดสัปดาห์ฮาโลวีนรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศในสหรัฐมีการแข่งขันสูสีระหว่างหนังใหม่ของ DC อย่าง Clayface กับสารคดีแนวคอมเมดี้เกี่ยวกับ Elizabeth Holmes เรื่อง You Can See Everything โดยฝ่ายหลังทำรายได้ในประเทศประมาณ 10.6 ล้านดอลลาร์ เอาชนะ Clayface ที่ทำได้ราว 10.4 ล้านดอลลาร์แบบเฉียดฉิว อย่างไรก็ตาม เมื่อดูภาพรวมทั่วโลก Clayface ยังนำอยู่ด้วยรายได้รวมประมาณ 22.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สารคดีฉายจำกัดในต่างประเทศจึงยังไม่สามารถขึ้นนำในระดับโลกได้
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่าหนังสารคดียังคงมีแรงส่งจากปากต่อปากและคำวิจารณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าผู้ชมเบื่อเนื้อหาเกี่ยวกับ Holmes ตัวหนังเริ่มฉายแบบจำกัดโรงเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ก่อนจะค่อยๆ ขยายโรงฉายมากขึ้น และในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประโยชน์จากกระแสตอบรับเชิงบวก รวมถึงคะแนนรีวิวที่สูงในวงการสื่อภาพยนตร์ออนไลน์
แม้ Clayface จะเปิดตัวในช่วงเทศกาลที่ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการดูหนัง แต่รายได้เปิดตัวในประเทศก็ยังตามหลังคู่แข่งเล็กน้อย โดยหนังเรื่องนี้มีการลดลงของรายได้จากสัปดาห์แรกประมาณ 57% ส่วน You Can See Everything ลดลงเพียง 43% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งสองเรื่องถูกมองว่ามีต้นทุนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับหนังฟอร์มใหญ่ โดยสารคดีมีงบรวมการผลิตและการตลาดต่ำกว่า 20 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Clayface มีงบสร้างราว 44 ล้านดอลลาร์
สำหรับ Clayface นี่เป็นงานสำคัญของ DC Studios ในการขยายจักรวาล DCU ด้วยการนำตัวละครวายร้ายของแบทแมนที่ไม่ค่อยถูกหยิบมาพูดถึงมาสร้างเป็นหนังยาว นำแสดงโดย Tom Rhys Harries และ Naomi Ackie แม้ผลตอบรับไม่ใช่การถล่มทลาย แต่รายได้เปิดตัวก็ถือว่าอยู่ในระดับที่พอเดินหน้าต่อได้ และยังมีโอกาสสะสมรายได้เพิ่มในสัปดาห์ถัดๆ ไป
ในฝั่งรายได้ทั่วโลก หนังที่น่าจับตาอีกเรื่องคือ Resident Evil ซึ่งขยับขึ้นมาจบที่อันดับ 4 ของสัปดาห์และทำรายได้รวมทะลุ 400 ล้านดอลลาร์แล้วจากงบประมาณที่รายงานราว 75 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Wildwood ของ Laika ยังคงทำรายได้ได้ไม่มากพอจะไล่ทันงบประมาณที่สูงถึงประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ โดยสัปดาห์ล่าสุดทำได้ 11.54 ล้านดอลลาร์ และยอดรวมสองสัปดาห์อยู่ที่ 35.17 ล้านดอลลาร์
ท้ายบทความยังชี้ให้เห็นว่าเดือนพฤศจิกายนยังมีหนังใหญ่รอเข้าฉายอีกหลายเรื่อง เช่น ภาคต่อไคจูของ Takashi Yamazaki, หนัง Rocky มุมมองใหม่, The Cat in the Hat, การนำ Dune ภาคก่อนกลับมาฉายใหม่ และภาคพรีเควล Hunger Games เพื่อปูทางสู่ช่วงปลายปีที่คึกคักขึ้นในตลาดโรงภาพยนตร์


