Konami เดินหน้า Silent Hill ต่อ เตรียมแผนเกมชุดใหม่อีก 2 ระลอก
Konami ส่งสัญญาณชัดว่าการปลุกชีพ Silent Hill ยังไม่จบแค่ผลงานสามเกมที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ โดยมอโตอิ โอกาโมโตะ โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ ระบุในบทสัมภาษณ์ว่าบริษัทมองผลงานชุดแรกเป็นเพียง “คลื่นลูกแรก” และ…

Konami ส่งสัญญาณชัดว่าการปลุกชีพ Silent Hill ยังไม่จบแค่ผลงานสามเกมที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ โดยมอโตอิ โอกาโมโตะ โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ ระบุในบทสัมภาษณ์ว่าบริษัทมองผลงานชุดแรกเป็นเพียง “คลื่นลูกแรก” และกำลังวางแผนไว้แล้วสำหรับคลื่นลูกที่สองและสามในอนาคต แม้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดหรือไทม์ไลน์ของโครงการใหม่ แต่แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าคอนามิเริ่มมองซีรีส์นี้เป็นแผนระยะยาว ไม่ใช่การทดลองครั้งเดียวแล้วจบ
โอกาโมโตะบอกด้วยว่าบริษัทรู้สึกโล่งใจมากกับผลตอบรับของ Silent Hill 2 Remake, Silent Hill f และ Silent Hill: Townfall เพราะทั้งสามเกมไม่เพียงออกวางจำหน่ายได้สำเร็จ แต่ยังได้รับเสียงชื่นชมจากผู้เล่นและนักวิจารณ์ในระดับสูง ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่าการคืนชีพแบรนด์ Silent Hill เดินมาถูกทาง หลังจากซีรีส์เคยเงียบหายไปนานหลายปี
บริบทของเรื่องนี้น่าสนใจเพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อน สถานการณ์ของ Silent Hill ยังดูไม่แน่นอนอย่างมาก โดยโอกาโมโตะเล่าว่า การโน้มน้าวผู้บริหาร Konami ให้ยอมอนุมัติโครงการใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะหลังการยกเลิก Silent Hills ของฮิเดโอะ โคจิมะในปี 2015 ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่ออนาคตของแบรนด์ลดลงไปมาก
โปรดิวเซอร์รายนี้ยังเปิดเผยว่า ตอนที่ผลักดันให้สร้าง Silent Hill 2 Remake เขาไม่ได้มองว่ารีเมกเพียงเกมเดียวจะเพียงพอ เพราะเกรงว่าผู้เล่นจะมองว่าเป็นการกลับมาชั่วคราวและอาจถูกยกเลิกอีกครั้ง ความคิดนี้สะท้อนว่าคอนามิพยายามสร้างความต่อเนื่องและความมั่นใจให้กับตลาดว่าซีรีส์จะได้รับการดูแลอย่างจริงจัง
แม้ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเกมชุดถัดไปจะเป็นอะไรบ้าง แต่มีหนึ่งโปรเจ็กต์ที่ทราบแล้วคือ Bloober Team กำลังพัฒนารีเมกจาก Silent Hill ภาคต้นฉบับปี 1999 ต่อจากความสำเร็จของรีเมกภาคสอง ซึ่งจะเป็นโจทย์ที่ท้าทายทั้งในแง่การเล่าเรื่องและการตีความใหม่ เพราะภาคแรกมีโครงสร้างเรื่องที่เรียบง่ายกว่าภาคต่อที่เป็นตำนาน
ในภาพรวม ข่าวนี้ชี้ว่า Silent Hill กำลังกลายเป็นแฟรนไชส์สยองขวัญที่คอนามิตั้งใจฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง หลังจากเริ่มต้นได้สวยจากทั้งคำวิจารณ์และยอดขาย ส่วนอนาคตของผู้พัฒนารายอื่นอย่าง NeoBards Entertainment และ Screen Burn Interactive ยังต้องรอการยืนยัน แต่กระแสตอบรับต่อ Silent Hill f และ Townfall ทำให้โอกาสที่ซีรีส์จะเดินหน้าต่อในหลายทิศทางดูมีน้ำหนักมากขึ้น


