Final Fantasy 7 Revelation เพิ่มตัวเลือกอัปเลเวลอัตโนมัติ จุดชนวนถกเถียงเรื่องความท้าทายในเกม
ผู้กำกับ Naoki Hamaguchi เผยว่า Final Fantasy 7 Revelation จะมีตัวเลือกให้อัปเลเวลตัวละครอัตโนมัติ หากผู้เล่นไปถึงช่วงเนื้อเรื่องหลักแล้วเลเวลยังไม่ถึงเกณฑ์ที่แนะนำ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคน…

ผู้กำกับ Naoki Hamaguchi เผยว่า Final Fantasy 7 Revelation จะมีตัวเลือกให้อัปเลเวลตัวละครอัตโนมัติ หากผู้เล่นไปถึงช่วงเนื้อเรื่องหลักแล้วเลเวลยังไม่ถึงเกณฑ์ที่แนะนำ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคนที่อยากติดตามเนื้อเรื่องเป็นหลัก โดยไม่อยากเสียเวลาฟาร์มหรือทำเควสต์ยิบย่อยเพื่อไล่เลเวลให้ผ่านด่านที่ยากเกินไป
Hamaguchi อธิบายว่าทีมพัฒนาได้รับเสียงสะท้อนจากผู้เล่นบางส่วนที่รู้สึกว่า แม้เกมจะไม่ได้บังคับให้ทำคอนเทนต์เสริมทั้งหมด แต่หากไม่เล่นส่วนเสริมก็อาจทำให้ตัวละครอ่อนเกินไปสำหรับเส้นเรื่องหลัก จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการเล่นต่อ ดังนั้นทีมจึงเพิ่มทางเลือกที่ระบบจะเสนอให้อัปเลเวลขึ้นสู่ระดับที่แนะนำโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้เล่นสายเนื้อเรื่องเดินหน้าต่อได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงในชุมชนเกมทันที ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยมองว่ามันทำให้เกมง่ายเกินไป และลดทอนแก่นของเกมแนว RPG ที่ควรมีการเติบโตของตัวละครผ่านการต่อสู้ การสำรวจ และการสะสมประสบการณ์ บางความเห็นถึงกับมองว่านี่คือการตัดทอนบทเรียนเรื่องความอดทนและความพยายามที่เกมเคยสอนผู้เล่นรุ่นก่อนๆ
ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีผู้เล่นและนักพัฒนาบางส่วนมองว่าการมีตัวเลือกช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าเกมเสียหายเสมอไป เพราะมันเป็นเพียงเครื่องมือให้ผู้เล่นเลือกใช้ตามความต้องการ โดยเฉพาะในเกมขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม การมีโหมดหรือระบบช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอาจเป็นเรื่องจำเป็นมากกว่าการบังคับให้ทุกคนเล่นในรูปแบบเดียว
ประเด็นนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อพิจารณาว่า Final Fantasy 7 Revelation ถูกวางให้เป็นเกมโอเพ่นเวิลด์ขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาเล่นจบแบบเก็บครบได้อย่างน้อยราว 100 ชั่วโมง ผู้พัฒนาจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นออกสำรวจอิสระ กับการวางระบบนำทางที่เพียงพอสำหรับคนที่ไม่อยากหลงทางหรือรู้สึกตัดสินใจไม่ไหวกับตัวเลือกจำนวนมาก
Hamaguchi ระบุว่าทีมกำลังพิจารณาแนวทางให้ผู้เล่นสามารถเปิดหรือปิดระบบแนะนำต่างๆ ได้ตามความชอบ เพื่อรองรับทั้งคนที่อยากสำรวจเองและคนที่ต้องการการชี้ทางแบบชัดเจน สะท้อนว่าทีมงานตระหนักถึงคำวิจารณ์เรื่องเกมที่ช่วยเหลือผู้เล่นมากเกินไป พร้อมพยายามทำให้ประสบการณ์เล่นตอบโจทย์คนหลายแบบในเกมเดียว


