วอร์เรน สเปคเตอร์เดือดใส่การปิด BioWare ชี้เป็น “เรื่องเหลวไหล”
วอร์เรน สเปคเตอร์ ตำนานวงการเกมสาย immersive sim ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อข่าวการปิดสตูดิโอ BioWare โดยโพสต์ผ่าน LinkedIn พร้อมเตือนผู้อ่านที่อ่อนไหวเรื่องถ้อยคำหยาบคายก่อนจะระบายความรู้สึก…

วอร์เรน สเปคเตอร์ ตำนานวงการเกมสาย immersive sim ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อข่าวการปิดสตูดิโอ BioWare โดยโพสต์ผ่าน LinkedIn พร้อมเตือนผู้อ่านที่อ่อนไหวเรื่องถ้อยคำหยาบคายก่อนจะระบายความรู้สึกต่อเหตุการณ์นี้ เขาระบุว่า BioWare ไม่ใช่แค่สตูดิโอเกมธรรมดา แต่เป็นชื่อสำคัญที่มีบทบาทยาวนานต่อประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเกม และเคยทำงานที่ผสานศิลปะกับธุรกิจได้อย่างโดดเด่นจนเปลี่ยนแปลงวงการไปในหลายด้าน
ในข้อความดังกล่าว สเปคเตอร์มองว่าการปิดสตูดิโอครั้งนี้เป็น “ข่าวร้ายอย่างยิ่ง” และเป็น “เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้า” พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงเรียกการตัดสินใจดังกล่าวว่าเป็นเรื่อง “bullshit” หรือเรื่องเหลวไหล เขายังตำหนิผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจนี้ว่าไม่ควรภูมิใจหรือชอบใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะผลลัพธ์คือการทำลายทีมงานและผลงานของคนที่สร้างเกมจริง ๆ
สเปคเตอร์ยังขยายความไม่พอใจไปถึงโครงสร้างการบริหารในอุตสาหกรรมเกม โดยตั้งคำถามว่าทำไมความผิดพลาดจากระดับผู้บริหารหรือคนในชุดสูทจึงมักลงเอยด้วยการให้ผู้พัฒนาเกมจำนวนมากต้องตกงาน แทนที่ผู้บริหารซึ่งมีอำนาจตัดสินใจจะเป็นฝ่ายรับผลกระทบ เขาเรียกร้องให้คนที่มีส่วนทำให้เกิดความล้มเหลวต้องรับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่
บทความยังเชื่อมเหตุการณ์นี้เข้ากับภาพรวมของอุตสาหกรรมเกมที่กำลังเผชิญปัญหาการปลดพนักงานและการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยชี้ว่ากรณี BioWare สะท้อนความผิดปกติของระบบที่มักผลักภาระไปให้คนทำงานหน้างานมากกว่าผู้บริหารระดับสูง ด้าน EA มีรายงานว่าการเลิกจ้างครั้งล่าสุดส่งผลต่อพนักงานราว 400 คน ขณะเดียวกันซีอีโอ Andrew Wilson ได้รับค่าตอบแทนระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ ซึ่งยิ่งทำให้คำวิจารณ์ของสเปคเตอร์ดูหนักแน่นขึ้น
โดยสรุป คำพูดของสเปคเตอร์ถูกมองว่าเป็นการตอกย้ำแรงสะเทือนของการปิด BioWare ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และในเชิงอุตสาหกรรม เพราะไม่เพียงสะท้อนความสูญเสียของสตูดิโอระดับตำนาน แต่ยังชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของวงการเกมที่คนสร้างผลงานมักเป็นฝ่ายรับผลเสียมากที่สุดเมื่อการตัดสินใจทางธุรกิจล้มเหลว


