Silent Hill และ Resident Evil กลับมาทรงพลังที่สุดในรอบหลายปี
บทความของ The Verge ชี้ว่าแฟรนไชส์เกมสยองขวัญระดับตำนานอย่าง Silent Hill และ Resident Evil กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน หลังจาก Silent Hill เคยถูกมองว่าใกล้หมดแรงส่ง แต่ในช่วง 3 ปีหลังกลับฟื้น…

บทความของ The Verge ชี้ว่าแฟรนไชส์เกมสยองขวัญระดับตำนานอย่าง Silent Hill และ Resident Evil กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน หลังจาก Silent Hill เคยถูกมองว่าใกล้หมดแรงส่ง แต่ในช่วง 3 ปีหลังกลับฟื้นตัวอย่างน่าทึ่งจากการออกเกมใหม่และงานรีเมกที่ได้รับความสนใจต่อเนื่อง
ผู้เขียนเล่าว่าตัวเองถูกทำให้หวาดผวาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากเกม Silent Hill หลายภาค ไล่ตั้งแต่ Silent Hill 2 ฉบับรีเมก ไปจนถึง Silent Hill F ที่ย้ายฉากไปญี่ปุ่น และล่าสุด Silent Hill: Townfall ที่พาไปสำรวจเมืองเล็กในสกอตแลนด์ บรรยากาศของแต่ละภาคสะท้อนว่าซีรีส์นี้ยังหาวิธีสร้างความกลัวแบบเฉพาะตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดสำคัญคือการฟื้นตัวของ Silent Hill ไม่ได้เป็นแค่ความสำเร็จของเกมหนึ่งภาค แต่เป็นการยืนยันว่าแบรนด์นี้ยังมีพลังในการดึงดูดผู้เล่นยุคใหม่ ขณะเดียวกันก็รักษาเอกลักษณ์เดิมที่ทำให้แฟน ๆ จดจำได้ ทิศทางดังกล่าวช่วยให้ซีรีส์ที่เคยสะดุดกลับมามีความสำคัญในตลาดเกมอีกครั้ง
บทความยังเชื่อมภาพนี้เข้ากับ Resident Evil ซึ่งก็อยู่ในช่วงแข็งแรงทั้งในฝั่งเกมและสื่อภาพยนตร์ ทำให้สองแฟรนไชส์สยองขวัญที่ใหญ่ที่สุดของวงการเกมดูเหมือนจะกลับมาทรงอิทธิพลพร้อมกัน ความสำเร็จของทั้งคู่สะท้อนว่าตลาดเกมแนวสยองขวัญยังมีพื้นที่เติบโต หากมีการพัฒนาที่เข้าใจทั้งแฟนเก่าและผู้เล่นรุ่นใหม่
โดยรวม บทความมองว่ายุคปัจจุบันคือช่วงเวลาที่สำคัญของเกมสยองขวัญระดับบล็อกบัสเตอร์ เพราะทั้ง Silent Hill และ Resident Evil ไม่ได้แค่กลับมาแบบพอใช้ได้ แต่กลับมาในระดับที่ดูเหมือนกำลังนิยามมาตรฐานใหม่ให้กับแฟรนไชส์ของตัวเองอีกครั้ง


