Tim Schafer ชี้ Double Fine กลับมาเป็นอินดี้เต็มตัว พร้อมหวังให้ Game Pass ไปต่อได้
Double Fine สตูดิโอผู้สร้าง Psychonauts 2 และผลงานแนวทดลองอื่น ๆ กลับมาเป็นอิสระอีกครั้งหลังแยกทางกับ Microsoft ได้ไม่นาน โดย Tim Schafer มองว่าการกลับสู่วงการอินดี้ครั้งนี้ทั้งน่าตื่นเต้นและท้าทาย เพ…

Double Fine สตูดิโอผู้สร้าง Psychonauts 2 และผลงานแนวทดลองอื่น ๆ กลับมาเป็นอิสระอีกครั้งหลังแยกทางกับ Microsoft ได้ไม่นาน โดย Tim Schafer มองว่าการกลับสู่วงการอินดี้ครั้งนี้ทั้งน่าตื่นเต้นและท้าทาย เพราะสตูดิโอต้องหาทางยืนด้วยตัวเองเหมือนในช่วงก่อนถูกซื้อกิจการ แต่ก็ยังมีประสบการณ์และเครือข่ายที่พร้อมนำมาใช้ต่อยอด
จุดเริ่มต้นของช่วงใหม่นี้คือแคมเปญ Kickstarter ที่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง ซึ่งช่วยให้ทีมมี “ทางวิ่ง” ทางการเงินสำหรับโครงการถัดไป ขณะเดียวกัน Double Fine ก็ใช้โอกาสนี้ผลักดัน Amnesia Fortnight กิจกรรมแนวเกมแจมภายในสตูดิโอที่เปิดทางให้ทีมทำเกมขนาดเล็ก ทดลองไอเดียแปลกใหม่ และต่อยอดเป็นผลงานสั้น ๆ หรือผลงานภายใต้แล็บย่อยอย่าง Double Fine Action Labs
Schafer อธิบายว่าความพิเศษของ Double Fine คือความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับคอมมูนิตี้ แฟน ๆ ไม่ได้มีบทบาทแค่ช่วยสนับสนุนด้านเงินทุน แต่ยังมีส่วนร่วมเชิงความคิดสร้างสรรค์ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของสตูดิโอที่เน้นงานศิลป์และความแปลกใหม่มาโดยตลอด เขามองว่าสิ่งนี้ช่วยผลักดันให้เกมของค่ายไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง แต่ยังอาจจุดประกายให้คนสนใจวาดรูป เขียนโค้ด หรือหัดทำเกม
เมื่อถูกถามถึงบทบาทของการเป็นอินดี้รายใหญ่ Schafer ย้ำว่าเขาไม่คิดว่าตัวเองควรเป็นต้นแบบให้ค่ายอื่น เพราะขนาดและโครงสร้างของ Double Fine ค่อนข้างเฉพาะตัว เป็นสตูดิโออินดี้ที่มีทีมงานจำนวนมาก สวัสดิการครบ และอยู่ในกลุ่มสตูดิโอระดับกลางที่หาได้ยากในอุตสาหกรรมปัจจุบัน เขาจึงมองว่าทางของบริษัทเหมาะกับตัวเองมากกว่าจะเป็นสูตรสำเร็จสากล
อีกประเด็นสำคัญคือความเป็นไปได้ของ Brutal Legend 2 ซึ่งถูกพูดถึงจากข้อความในแคมเปญ Kickstarter แม้ Schafer จะยอมรับว่ามีอารมณ์ขันปนอยู่ แต่ก็ยืนยันว่าหากมีเงินทุนระดับ 100 ล้านดอลลาร์จริง เขายินดีทิ้งทุกอย่างมาทำภาคต่อทันที โดยมีเงื่อนไขขำ ๆ ว่าต้องคุยให้ Jack Black กลับมาร่วมงานด้วย แม้โอกาสจะต่ำมาก แต่เขาก็ยังแอบส่งสัญญาณให้ผู้สนับสนุนที่มีทุนหนาพิจารณาไอเดียนี้
ในด้านประสบการณ์ช่วงอยู่กับ Microsoft Schafer มองว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าเพราะได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับสตูดิโออื่น ๆ ในเครือ Xbox Game Studios และได้แลกเปลี่ยนแนวคิด เทคโนโลยี และมุมมองการบริหารกับทีมอย่าง Compulsion, Ninja Theory, Obsidian และ inXile เขาระบุว่าพาร์ตเนอร์ชิพระยะนั้นเป็นประโยชน์มาก แต่สุดท้ายเป้าหมายของ Microsoft และ Double Fine ก็เริ่มไม่ตรงกัน จึงแยกทางกันในที่สุด
ส่วน Game Pass Schafer ยังแสดงความหวังว่าระบบสมัครสมาชิกจะประสบความสำเร็จ เพราะช่วยลดกำแพงการเข้าถึงเกมที่แปลกและทดลองสูง ซึ่งอาจทำให้ผู้เล่นกล้าลองมากขึ้นโดยไม่ต้องตัดสินจากหน้าปกหรือคอนเซปต์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าบริการลักษณะนี้อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของตลาด และ Double Fine ในตอนนี้ก็เลือกเดินหน้าด้วยแนวทางใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงยึดจุดเด่นเรื่องความสร้างสรรค์และความสนุกแบบทดลองเป็นแกนหลักต่อไป


