แฟน Mass Effect เรียกร้องบอยคอต EA หลังปิด BioWare และยกเลิกภาคใหม่
แฟนเกม Mass Effect กำลังรวมตัวกันกดดัน EA อย่างหนัก หลังบริษัทประกาศปิดสตูดิโอ BioWare และยกเลิกแผนพัฒนาเกมภาคใหม่ของแฟรนไชส์ไซไฟชื่อดัง ทำให้กระแสความไม่พอใจลุกลามไปสู่การเรียกร้องให้บอยคอตสินค้าและ…

แฟนเกม Mass Effect กำลังรวมตัวกันกดดัน EA อย่างหนัก หลังบริษัทประกาศปิดสตูดิโอ BioWare และยกเลิกแผนพัฒนาเกมภาคใหม่ของแฟรนไชส์ไซไฟชื่อดัง ทำให้กระแสความไม่พอใจลุกลามไปสู่การเรียกร้องให้บอยคอตสินค้าและบริการทั้งหมดของ EA จนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของซีรีส์นี้
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง EA เปิดเผยว่า BioWare ซึ่งเป็นสตูดิโออายุเกือบ 30 ปีและมีผลงาน RPG สำคัญอย่าง Dragon Age, Jade Empire, Baldur’s Gate และ Mass Effect จะถูกปิดลง ขณะเดียวกัน โปรเจกต์ Mass Effect ภาคใหม่ก็ถูกยกเลิกตามไปด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้แฟน ๆ คาดหวังข่าวสารของเกมนี้มานาน และเชื่อว่าเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าจับตาของค่าย
บน Reddit และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เริ่มมีแคมเปญภายใต้แฮชแท็ก #savemasseffect เพื่อเรียกร้องให้ EA อย่างน้อยขายลิขสิทธิ์ IP ให้สตูดิโออื่น หรือหาทางให้เกมเดินหน้าต่อในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หลายโพสต์สะท้อนความรู้สึกว่าหากปล่อยให้เงียบไป กระแสความสนใจจะจางหายและ Mass Effect อาจกลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ถูกยกเลิกถาวร
บางความเห็นถึงขั้นประกาศว่าจะไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ EA อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเกมจากสตูดิโอในเครืออย่าง Respawn, DICE, Motive, Criterion หรือแม้แต่เกมกีฬา พร้อมย้ำว่าชุมชนต้องส่งสัญญาณให้ผู้บริหารและนักลงทุนเห็นว่าการยกเลิกโปรเจกต์นี้สร้างความเสียหายทางภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นเพียงใด
กระแสกดดันยังมาพร้อมกับคำร้องออนไลน์ที่เรียกร้องให้ EA ขายทรัพย์สินทางปัญญาหรือมอบหมายการพัฒนา Mass Effect 5 ให้สตูดิโออื่น โดยล่าสุดมียอดลงชื่อทะลุ 76,500 รายชื่อแล้ว และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าฐานแฟนของแฟรนไชส์ยังเหนียวแน่นและไม่ยอมรับการปิดฉากของซีรีส์ง่าย ๆ
ด้านข้อมูลเกี่ยวกับตัวเกม มีรายงานว่า Mass Effect 5 หรือที่คาดกันว่าอาจใช้ชื่อ Mass Effect Universe นั้นน่าจะอยู่ในขั้นพัฒนาค่อนข้างลึกแล้ว โดยมีเทรลเลอร์ฉบับเต็มหลุดออกมาในวันก่อนหน้า ยิ่งทำให้แฟน ๆ เสียดายมากขึ้น เพราะหลายคนเชื่อว่าเกมภาคนี้อาจเป็นการกลับมาที่ตอบโจทย์ที่รอมานานของแฟรนไชส์
อย่างไรก็ตาม ทั้งผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและอดีตผู้บริหาร BioWare มองว่าความเป็นไปได้ที่ EA จะเปลี่ยนใจตามข้อเรียกร้องของแฟน ๆ มีไม่มาก แม้กระแสต่อต้านจะรุนแรงเพียงใด เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นตัวอย่างของความขัดแย้งระหว่างการตัดสินใจทางธุรกิจของค่ายเกมใหญ่ กับความผูกพันของชุมชนผู้เล่นที่ต้องการเห็นซีรีส์ที่รักได้ไปต่อ


