ทำไมดีลไพรเวตอิควิตี้ถึงถูกมองว่าน่ากลัวในวงการเกม หลัง BioWare ถูกปิด
การปิดตัวของ BioWare และการปลดพนักงานราว 400 คนในเครือ EA ทำให้เกิดคำถามอีกครั้งว่าเหตุใดการเข้าซื้อกิจการโดยไพรเวตอิควิตี้จึงถูกมองในแง่ลบอย่างมาก โดยบทความชี้ว่าแม้ดีลลักษณะนี้จะถูกอธิบายว่าเป็นการ…

การปิดตัวของ BioWare และการปลดพนักงานราว 400 คนในเครือ EA ทำให้เกิดคำถามอีกครั้งว่าเหตุใดการเข้าซื้อกิจการโดยไพรเวตอิควิตี้จึงถูกมองในแง่ลบอย่างมาก โดยบทความชี้ว่าแม้ดีลลักษณะนี้จะถูกอธิบายว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจ แต่ในทางปฏิบัติหลายครั้งกลับกลายเป็นการดึงมูลค่าออกจากบริษัทเป้าหมายมากกว่าการสร้างการเติบโตระยะยาว
แก่นของปัญหาอยู่ที่ “leveraged buyout” หรือการซื้อกิจการด้วยหนี้ก้อนใหญ่ โดยบริษัทที่ถูกซื้อจะกลายเป็นฝ่ายรับภาระชำระหนี้แทนกองทุนหรือผู้ซื้อเอง ทั้งยังใช้ทรัพย์สินของบริษัทนั้นเป็นหลักประกัน ทำให้ความเสี่ยงตกอยู่กับองค์กรและพนักงานมากกว่ากลุ่มนักลงทุน ขณะที่ผู้ซื้อสามารถจำกัดเงินทุนที่ลงไปและลดความเสี่ยงของตัวเองได้มาก
บทความอธิบายว่าหลังซื้อกิจการแล้ว ผู้ถือครองรายใหม่สามารถหาวิธีดูดมูลค่าออกจากบริษัทได้หลายทาง เช่น ลดต้นทุนด้วยการเลิกจ้าง ขึ้นราคา ขายทรัพย์สินสำคัญ เช่น อสังหาริมทรัพย์ สาขาย่อย หรือทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงทำข้อตกลงแบบ sale-leaseback ที่ขายทรัพย์สินแล้วให้บริษัทต้องเช่ากลับมาใช้งานต่อ นอกจากนี้ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมบริหารและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ทำให้ภาระทางการเงินของบริษัทหนักขึ้นเรื่อย ๆ
PC Gamer ยกตัวอย่างว่ากลไกแบบนี้เคยสร้างความเสียหายในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ค้าปลีก สื่อดิจิทัล ไปจนถึงโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ โดยมีข้อมูลจาก S&P ที่ระบุว่าในปี 2024 บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนโดยไพรเวตอิควิตี้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 10% ของการล้มละลายทั้งหมด และมากกว่า 50% ของการล้มละลายครั้งใหญ่ที่มีหนี้สินเกิน 500 ล้านดอลลาร์ แม้กองทุนหลายรายจะยังออกจากดีลไปโดยแทบไม่เสียหาย
ในมุมของอุตสาหกรรมเกม ตัวอย่างที่บทความหยิบมาชี้ให้เห็นคือกรณี EA เองที่เคยพยายามปรับ BioWare ให้ไปทางเกมไลฟ์เซอร์วิส ซึ่งกลายเป็นความผิดพลาดใหญ่ ขณะที่ Microsoft ก็ถูกวิจารณ์เรื่องการปลดคนและยกเลิกโปรเจกต์จำนวนมาก อย่างไรก็ดี บทความย้ำว่าการซื้อด้วยไพรเวตอิควิตี้ไม่ได้จบเลวร้ายเสมอไป เพราะมีบางกรณีอย่าง Hilton หรือ Dell ที่กลับมาทำผลงานได้ดีหลังผ่านการปรับโครงสร้าง
สำหรับ EA ในปัจจุบัน ภาพรวมยังไม่ถึงขั้นหายนะเหมือน Toys ‘R’ Us แต่ความไม่แน่นอนยังสูง หลังการเข้ามาของผู้ถือหุ้นใหม่จากซาอุดีอาระเบียและกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Jared Kushner บริษัทก็ยังเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์สำคัญอย่าง Marvel’s Iron Man, เกม Star Wars Jedi ภาคใหม่, The Sims ภายใต้ชื่อโค้ด Project Evergreen รวมถึงเกมหลักอย่าง Battlefield 6 และ Apex Legends
อย่างไรก็ตาม การปิด BioWare ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญว่าพื้นที่สำหรับเกมที่มีขอบเขตสร้างสรรค์สูงหรือไม่ได้เน้นความสามารถในการทำเงินแบบตรงไปตรงมาอาจแคบลงเรื่อย ๆ บทสรุปของบทความคือ หาก EA ยังมีความสามารถลงทุนกับโปรเจกต์นอกกระแสหลักอยู่ ก็อาจอยู่ได้ไม่นานนัก เพราะแรงกดดันจากเจ้าของใหม่และตรรกะของไพรเวตอิควิตี้มักผลักธุรกิจไปสู่สิ่งที่ทำกำไรได้ง่ายและเร็วที่สุด


