เล่าเรื่องตัวละคร MMO ตัวแรก: พลาดคลาสแต่กลายเป็นตำนานส่วนตัวใน WoW
บทความชิ้นนี้เป็นคอลัมน์เล่าความทรงจำเกี่ยวกับตัวละคร MMO ตัวแรกของผู้เขียน ซึ่งสะท้อนประสบการณ์ยุคเริ่มต้นของเกมออนไลน์ขนาดใหญ่และความผูกพันที่ผู้เล่นมีต่ออวตารของตนเอง โดยตัวละครที่ถูกหยิบมาเล่าคือ…

บทความชิ้นนี้เป็นคอลัมน์เล่าความทรงจำเกี่ยวกับตัวละคร MMO ตัวแรกของผู้เขียน ซึ่งสะท้อนประสบการณ์ยุคเริ่มต้นของเกมออนไลน์ขนาดใหญ่และความผูกพันที่ผู้เล่นมีต่ออวตารของตนเอง โดยตัวละครที่ถูกหยิบมาเล่าคือ Maldirr ออร์คนักรบใน World of Warcraft ที่เกิดขึ้นราวปี 2005
ก่อนจะมาถึง WoW ผู้เขียนเคยมีตัวละครใน RuneScape และ Star Wars Galaxies มาก่อน แต่ประสบการณ์เหล่านั้นไม่ได้ยืนนานนัก ไม่ว่าจะเป็นบัญชี RuneScape ที่ถูกแฮกในช่วงที่ไม่ได้เล่น หรือการได้ลอง Star Wars Galaxies เพียงไม่นานก่อนจะเลิกไปเมื่อเห็นว่า New Game Enhancements ไม่ถูกใจ ความทรงจำเหล่านี้ช่วยวางฉากให้เห็นว่าผู้เขียนสนใจ MMO มาตั้งแต่ยุคที่ต้องอาศัยทั้งความอยากรู้อยากเห็น เว็บไซต์ข้อมูลจากชุมชน และวิดีโอการบุกเรดเพื่อหัดเรียนรู้เกม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้เขียนโน้มน้าวให้พ่อแม่ช่วยจ่ายค่าสมัคร WoW และตั้งใจจะสร้างตัวละครออร์คนักล่า แต่กลับกดผิดจนกลายเป็นนักรบแทน การพลาดครั้งนั้นกลายเป็นต้นกำเนิดของตัวละครหลักที่อยู่กับเขามาหลายปี และสะท้อนบรรยากาศของเกมยุคนั้นที่การสร้างตัวละครแรก ๆ มักเกิดจากการลองผิดลองถูกมากกว่าการวางแผนอย่างละเอียด
Maldirr กลายเป็นเมนหลักของผู้เขียนอยู่นานหลายภาคเสริม โดยเล่นสาย Arms แบบ casual และไล่สะสมความสนุกจากตัวเลข Execute ที่เด้งแรงตามสไตล์ผู้เล่นสายชอบความสะใจ ก่อนที่ความสนใจจะค่อย ๆ แยกย้ายไปยังตัวละครอื่นในบัญชีเดียวกัน เช่น Worgen rogue, undead mage และ dwarf shaman ซึ่งในช่วงหลังมักได้รับเวลามากกว่า โดยเฉพาะเวลาที่ผู้เขียนกลับมาเติมสมาชิก WoW เป็นครั้งคราว
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีตัวละครใหม่ ๆ ให้สลับเล่น ความผูกพันกับ Maldirr ก็ยังไม่หายไป ผู้เขียนยังคงกลับไปเก็บเลเวลให้เขาเป็นระยะเพื่อรำลึกถึงวันเก่า ๆ และถึงขั้นเปลี่ยนสีผมตัวละครจากน้ำตาลเป็นเทา แต่ยังคงใช้ Stone Guard tabard ชุดเดิมที่ได้มาจากการเล่น Alterac Valley นานจนเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนตัวละคร เรื่องราวนี้จึงไม่ได้เล่าแค่การสร้างตัวละครผิดคลาส แต่เล่าถึงวิธีที่ MMO ทำให้ผู้เล่นผูกพันกับอวตารหนึ่งตัวได้ยาวนานเกินกว่าตัวเกมเองจะเปลี่ยนไปหลายรอบแล้ว


