รายงานชี้สิ่งที่จะกลับมาใน Destiny 2 และสิ่งที่ไม่น่าถูกนำคืน
Bungie เตรียมเริ่มกระบวนการนำคอนเทนต์ที่เคยถูกถอดออกจาก Destiny 2 หรือที่แฟน ๆ เรียกว่า “vaulted content” กลับมาอีกครั้ง หลังจากแนวทางการลบเนื้อหาเก่าจากเกมเคยสร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนักในหมู่ผู้เล่น…

Bungie เตรียมเริ่มกระบวนการนำคอนเทนต์ที่เคยถูกถอดออกจาก Destiny 2 หรือที่แฟน ๆ เรียกว่า “vaulted content” กลับมาอีกครั้ง หลังจากแนวทางการลบเนื้อหาเก่าจากเกมเคยสร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนักในหมู่ผู้เล่น โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อคอนเทนต์เหล่านั้นไว้แล้ว และมองว่าการลบออกไปทำให้เกมสูญเสียส่วนสำคัญของประสบการณ์เดิมไป
รายงานจาก Forbes ที่ IGN อ้างถึง ระบุว่า Bungie ไม่มีแผนจะเก็บเงินเพิ่มเพื่อให้เข้าถึงคอนเทนต์ที่นำกลับมา เพราะหลายส่วนเป็นเนื้อหาที่ผู้เล่นเคยซื้อไว้ตั้งแต่ช่วงเกมหลักหรือส่วนขยายเดิม ขณะที่ผู้เล่นใหม่ในยุค free-to-play ก็เคยเข้าถึงบางส่วนได้ฟรีอยู่แล้ว การคืนคอนเทนต์แบบไม่ตั้งกำแพงจ่ายเงินเพิ่มจึงเป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมาและลดความซับซ้อนทางสิทธิ์การเข้าถึง
อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะถูกนำกลับมาไม่ได้หมายถึงทุกอย่างในอดีต Bungie วางแผนจะคืนแคมเปญหลักและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบางส่วนของแผนที่และการบุกโจมตีแบบ raid ที่เคยถูกถอดออก แต่เนื้อหาแบบซีซันจำนวนมากกว่า 25 ซีซันไม่น่าจะกลับมา เพราะคอนเทนต์ประเภทนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นของชั่วคราวตั้งแต่ต้น แม้จะมีบทเล่าเรื่องและกิจกรรมที่แฟน ๆ อยากย้อนเล่นก็ตาม
รายงานยังชี้ว่าคอนเทนต์เทศกาลประจำปี เช่นกิจกรรมฮาโลวีนและอีเวนต์ปลายปี น่าจะยังไม่ถูกฟื้นคืนด้วย รวมถึงการอัปเดตตามปกติของเกมในฐานะบริการระยะยาวก็น่าจะมีจำกัดมาก เหลือเพียงแพตช์แก้บั๊กหนัก ๆ เท่านั้น สะท้อนว่า Bungie ไม่ได้กำลังหวนกลับไปสู่โมเดล live-service แบบเต็มรูปแบบเหมือนเดิม
บริบทของการตัดสินใจครั้งนี้เชื่อมโยงกับสภาพภายในสตูดิโอที่เปลี่ยนไป หลังมีการปลดพนักงานจำนวนมากและกระแสกดดันต่อทิศทางของโปรเจกต์อื่นอย่าง Marathon ทำให้ Destiny กลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์สำคัญที่ Bungie หันกลับมาพยุงความเชื่อมั่นของผู้เล่นอีกครั้ง นักบริหารของสตูดิโอระบุว่าการ unvault ครั้งนี้เป็นเพียง “ก้าวแรก” เพื่อวางฐานสำหรับเรื่องราวและเกมใหม่ ๆ ในอนาคต
แม้ยังไม่มีการยืนยันว่า Destiny 3 หรือโปรเจกต์ใหม่ของจักรวาล Destiny จะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่การนำคอนเทนต์เก่ากลับมาอย่างเป็นระบบถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทพยายามฟื้นความสัมพันธ์กับฐานแฟนเดิม พร้อมรักษามูลค่าทางประวัติศาสตร์ของเกมไว้มากกว่าที่เคยเป็นมา


